February 1, 2007

4Ps for GoogleRich

สวัสดีครับ

เป็นอย่างไรกันบ้าง สบายดีหรือเปล่าครับ

เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินนะครับ นี่ก็จะสิ้นเดือนมกราคมแล้ว ผมยังรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านพ้นวันปีใหม่ไปได้ไม่นานเลยครับ

สำหรับวันนี้ผมก็มีบทความมาให้เพื่อนๆได้อ่านและลองนำไปใช้ดูครับ เป็นบทความเกี่ยวกับหลักการตลาดเบื้องต้น หรือ หลัก 4Ps นั่นเองครับ

การทำธุรกิจ GoogleRich โดยพื้นฐานแล้ว ก็คือ การทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ดังนั้น เราจึงสามารถทำการประยุกต์ใช้หลักการตลาดแบบต่างๆ มาเพื่อพัฒนาธุรกิจ GoogleRich ของเราให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเน้นย้ำให้ทุกคนได้รับรู้ไว้ก็คือ เราจะทำธุรกิจอะไรนั้น ไม่สำคัญเท่ากับว่า เรามีการวางแผน และมีการเตรียมพร้อมกับธุรกิจนั้นอย่างไรครับ

เหตุผลหนึ่งที่หลายๆคนไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ก็เพราะว่า ไม่ได้ทำธุรกิจให้เป็นธุรกิจ กล่าวคือ ทำธุรกิจเสมือนงานอดิเรก ไม่มีการทุ่มเทเวลา และไม่ยอมพัฒนาตนเองให้สามารถทำกำไรจากธุรกิจได้ หลายๆคนจึงหยุดทำธุรกิจไปในช่วงเวลาไม่นานครับ

ถ้าหากเพื่อนๆมีแผนการธุรกิจที่ดี และพร้อมที่จะทำธุรกิจแล้ว ขอให้ตั้งใจทำและมีการปรับปรุงธุรกิจตนเองให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ ก็จะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนครับ

"การเรียนรู้จากความผิดพลาด คือ การเรียนรู้เพื่อความสำเร็จ"

 

ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จนะครับ

 

ตราวุทธิ์

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
4Ps for GoogleRich

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.GoogleRich.net
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ใครที่เคยอ่านหนังสือ หรือเรียน หลักการตลาดเบื้องต้นมาก่อน คงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ หลัก 4Ps ซึ่งเป็นหลักการทำการตลาดให้กับสินค้าทุกชนิดมาบ้างแล้ว

หลัก 4Ps เรียกได้ว่า เป็นหลักการตลาดแบบ Classic ที่นักการตลาดทุกคนต้องศึกษากันเลยทีเดียว เพราะความเรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ สามารถปรับใช้กับสินค้าทุกชนิดได้เสมอๆนั่นเอง

ธุรกิจ GoogleRich ถ้ามองกันอีกแง่มุมหนึ่ง ก็เป็นการที่เรา (นักการตลาด) จะต้องนำเสนอสินค้าของบริษัทต่างๆให้กับตรงกับผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคสินค้านั้นๆบนอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ดังนั้นหลักการ 4Ps นี้ก็สามารถนำมาประยุกต์ปรับใช้ได้เช่นเดียวกัน

4Ps สำหรับการทำธุรกิจ GoogleRich ประกอบไปด้วย

1. Product

เวลาเราจะทำการโฆษณาสินค้าใดๆก็ตาม เราควรที่จะต้องรู้จักสินค้านั้นๆให้ดีที่สุด ถ้าหากว่าเราสามารถทดลองใช้สินค้าได้ด้วยตนเองก็จะเป็นการดีที่สุด เพราะจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยของสินค้าได้อย่างละเอียด

แต่ถ้าหากเราไม่สามารถทดลองใช้สินค้าด้วยตนเองได้ พยายาม search หาข้อมูลของสินค้านั้นๆ อ่านบทความ review สินค้าตามเว็บไซต์ต่างๆ สอบถามผู้ที่เคยใช้สินค้ามาแล้ว เพื่อให้เรารู้จักสินค้าได้ดีกว่าคู่แข่งคนอื่นๆ

ถ้าหากว่าเรามีความรู้ในสินค้าที่เราจะทำการโฆษณาอย่างละเอียดแล้ว เราย่อมสามารถเขียนอธิบายสินค้าในข้อความโฆษณาได้ดีขึ้น รวมทั้งหา Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าได้มากขึ้นครับ

2. People

เวลาเราจะทำการโฆษณาสินค้าใดๆก็ตาม ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่า เรากำลังจะทำโฆษณาให้กับกลุ่มลูกค้าแบบไหนอยู่

บางครั้งสินค้าชนิดเดียวกัน อาจจะมีฐานลูกค้าหลายกลุ่ม ซึ่งความต้องการสินค้าในแต่ละกลุ่มก็จะแตกต่างกันไป ดังนั้น เราควรจะต้องศึกษาความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ดี แล้วทำโฆษณาให้เข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่ม ก็จะทำให้เราสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น

เช่น การขายอาหารสุนัข ก็อาจจะมีกลุ่มลูกค้าย่อยๆ เช่น คนที่เลี้ยงสุนัขด้วยตนเอง คลีนิครักษาสุนัข สถานกักกันสุนัข สถานที่เพาะพันธุ์สุนัข ซึ่ง ความต้องการในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขก็จะมีความแตกต่างกันอย่างมาก ในแง่ของคุณภาพ ปริมาณ ราคา และอื่นๆ ดังนั้นข้อความโฆษณาและ Keywords ที่เราใช้ในการโฆษณาสินค้าให้แต่ละกลุ่ม ก็จะต้องแตกต่างกันไป

3. Price

เราต้องรู้จักราคาของสินค้า และราคาค่าตอบแทนที่เราจะได้รับเมื่อขายสินค้าได้ เพื่อให้เราสามารถเลือกโฆษณาสินค้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเราได้ พยายามเปรียบเทียบราคาและค่าตอบแทนของสินค้าที่เราจะได้รับจากเว็บไซต์ต่างๆอยู่เสมอครับ

นอกจากนั้น เราควรจะต้องรู้ว่างบประมาณการโฆษณาของเราควรเป็นเท่าไหร่ Keywords แต่ละตัวที่เราจะโฆษณานั้น สามารถประมูลราคาได้สูงสุดเท่าไหร่ เพื่อให้เราสามารถทำการโฆษณาโดยลดอัตราการขาดทุนได้มากที่สุด

โดยงบประมาณและราคาประมูลที่เหมาะสมนั้น เราจะรู้ได้จากการทดลองโฆษณาและเก็บข้อมูลผลกำไรขาดทุนไปสักพักครับ

4. Place

Place ก็คือ สถานที่ที่เราจะเข้าถึงผู้บริโภคได้ หรือก็คือ Keywords ต่างๆที่จะทำให้โฆษณาของเราปรากฏขึ้นบน Google นั่นเอง

เราควรจะต้องมองให้ออกว่า กลุ่มลูกค้าของเรานั้นจะใช้ Keywords คำใดบ้างในการค้นหาสินค้า ยิ่งเราสามารถนึก Keywords ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากเท่าไหร่ เราก็มีโอกาสที่จะขายสินค้าได้มากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนั้น เราต้องรู้ด้วยว่า Keywords ที่เราจะใช้นั้น มีราคาประมูลประมาณเท่าไหร่ คุ้มค่าหรือไม่ที่จะนำมาโฆษณาสินค้า ถ้าหาก Keywords ที่เราคิดว่าดี แต่ราคาแพงเกินกว่าที่เราจะนำมาใช้ได้ เราก็ยังไม่ควรจะใช้ครับ

 

จะเห็นว่า P ทุกตัว ทั้ง Product, People, Price, Place มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด ถ้าเราเข้าใจหรือได้ข้อมูลเพิ่มเติมใน P บางตัว ก็จะทำให้เราเข้าใจ P ตัวอื่นๆมากขึ้นไปด้วย เช่น เมื่อเรารู้จักคุณสมบัติของสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 1 อย่าง (Product) ก็จะทำให้เรารู้จักฐานลูกค้าใหม่ (People) และ Keywords ใหม่ๆที่จะนำมาใช้โฆษณา (Place) รวมทั้งเราจะทราบงบประมาณและราคาของ Keywords (Price) ที่เหมาะสมตามมาด้วยครับ

ดังนั้นขอให้เพื่อนๆทบทวนหลัก 4Ps นี้ทุกครั้งที่เพื่อนๆต้องการจะทำโฆษณาสินค้าใหม่ๆ ก่อนโฆษณาขอให้เกิดความมั่นใจให้ได้ก่อนว่า เราเข้าใจ P ทั้ง 4 ตัวของสินค้าที่เราต้องการโฆษณาเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำให้การโฆษณาของเราประสบความสำเร็จในเบื้องต้นมากกว่าคนอื่นๆแล้วครับ


บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของนิตยสาร
Financial Freedom

 

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=> http://www.GoogleMakeMeRich.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
 

<——- จบบทความ ———->

 

** สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ทุกท่าน **

ท่านสามารถนำบทความนี้ไปแสดงบนเว็บไซต์ของท่านได้ โดยขอให้แสดง
บทความทั้งบทความ ตั้งแต่ชื่อบทความ จนถึงจุด "จบบทความ" โดยไม่มีการ
แก้ไขลิ๊งค์และส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความ ขอบคุณครับ

 

Filed under Uncategorized by

Spread the Word!

Permalink Print Comment

Leave a Comment