<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
		>
<channel>
	<title>Comments on: Google Ads Quality Improvement</title>
	<atom:link href="http://trawut.com/google-ads-quality-improvement/2008/11/08/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://trawut.com/google-ads-quality-improvement/2008/11/08/</link>
	<description>The Proof of eBusiness Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Mar 2010 14:45:13 +0700</lastBuildDate>
	
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>By: Son</title>
		<link>http://trawut.com/google-ads-quality-improvement/2008/11/08/comment-page-1/#comment-9621</link>
		<dc:creator>Son</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2008 14:07:08 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://trawut.com/?p=505#comment-9621</guid>
		<description>ไมค่าสัมนาแพงจัง ทำไมไม่ลดให้บ้างครับ
ยังไงคุณตราวุต ก็รวยอยู่แล้ว อยากจะให้ช่วยคนไทยได้อ้าปากขึ้นจิงๆครับ
บางคนมีตังไม่ถึง5พัน แต่อยากสัมนา คืออยากให้คุณตราวุธให้โอกาศคนเหล่านี้บ้างครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไมค่าสัมนาแพงจัง ทำไมไม่ลดให้บ้างครับ<br />
ยังไงคุณตราวุต ก็รวยอยู่แล้ว อยากจะให้ช่วยคนไทยได้อ้าปากขึ้นจิงๆครับ<br />
บางคนมีตังไม่ถึง5พัน แต่อยากสัมนา คืออยากให้คุณตราวุธให้โอกาศคนเหล่านี้บ้างครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: joyc..</title>
		<link>http://trawut.com/google-ads-quality-improvement/2008/11/08/comment-page-1/#comment-9605</link>
		<dc:creator>joyc..</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2008 05:09:59 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://trawut.com/?p=505#comment-9605</guid>
		<description>นึกว่าพี่จะเขียนเรื่องโอบาม่าเสียอีก เตรียมเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเสียที วันนี้ขอนอกเรื่องหน่อยละกัน..
ราชวัสดีธรรม ธรรมสำหรับผู้ที่เป็นนักการเมือง ข้าราชการ และยังรวมไปถึงผู้ที่มีเจ้านาย เป็นหลักการปฎิบัติตนต่อเจ้านายเป็นอย่างไร?
             จริยาวัตรของราชเสวกนามว่า &quot;ราชวัสดีธรรม&quot; อันเป็นหลักปฏิบัติของข้าราชการมาแต่โบราณ
ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเจริญด้วยยศศักดิ์แก่แวดวงราชการ ขอท่านจงตั้งใจฟังราชวัตรสดีธรรมนี้ให้ดี
             บุคคลผู้อยู่ในแวดวงราชการหากยังไม่มีคุณงามความดีให้เห็น ก็ไม่สมควร ที่จะได้รับพระราชทาน
ยศถาบรรดาศักดิ์ จนกว่าจะมีคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง ให้ปรากฏอย่างเด่นชัด เพื่อจะได้ไม่ถูกตำหนิในภายหลัง
             ผู้ที่เป็นข้าราชการ อย่าทำตัวกล้าบ้าบิ่นจนเกินพอดี ชนิดที่ไม่มองหน้ามองหลังว่า จะเกิดผลกระทบขึ้นอย่างไรกับใคร
ซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนติดตามมาภายหลัง
             ผู้ที่เป็นข้าราชการอย่าขลาดกลัวจนเสียราชการ คือมีความลำเอียงอันเกิดจากความกลัวภัยที่จะมาถึงตัว ทำให้กระทำในสิ่งที่
ไม่เป็นธรรม เพราะความขี้ขลาด หวาดกลัว เพื่อทำให้ตนปลอดภัยไว้ก่อน
             ผู้ที่เป็นข้าราชการ อย่าได้ประมาทเลินเล่อในที่ทุกสถาน ต้องคอยสอดส่อง ระแวดระวังภัยที่จะเกิดขึ้นกับพระราชาอยู่เสมอ
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น เมื่อพระราชาทรงทราบความประพฤติอันประกอบด้วยปัญญา และความบริสุทธิ์อย่างดีแล้ว 
เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ย่อมทรงวางพระทัย และไม่ทรงปกปิดความลับ จะทรงเปิดเผยความลับนั้นให้ฟัง แล้วก็ไม่ควรแพร่งพรายออกไป 
             ผู้ที่เป็นข้าราชการทั้งหลาย หากพระราชาไม่ตรัสใช้ ไม่ควรหวั่นไหวด้วยอำนาจฉันทาคติเป็นต้น ดั่งตราชูที่บุคคลประคองให้มีคันเสมอ
เที่ยงตรง ย่อมไม่ยุบลงไม่ฟูขึ้นฉะนั้น
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น พึงตั้งใจกระทำราชกิจทุกอย่างให้เสมอต้นเสมอปลาย เหมือนตราชูที่บุคคลประคองให้มีคันเสมอเที่ยงตรงดี
ฉะนั้นควรทำกิจทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เที่ยงตรง และด้วยความยุติธรรม
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเป็นคนฉลาดในราชกิจอันพระราชาตรัสใช้ ไม่ว่าจะเป็นราชกิจในเวลากลางวัน หรือในเวลากลางคืนก็ตาม
ไม่ควรหวาดหวั่นในการกระทำราชกิจนั้นๆ โดยจะต้องทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เต็มความสามารถ อันประกอบด้วยสติปัญญา
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเดินทางที่เขาตกแต่งไว้เรียบร้อยดี สำหรับรับเสด็จพระราชดำเนิน ถึงพระราชาจะทรงอนุญาตก็ตาม ก็ไม่ควรเดินทางนั้น
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรใช้สอยสมบัติที่น่าปรารถนาทัดเทียมกับพระราชา ไม่ว่าในกาลไหนๆ เพราะว่าเมื่อพระราชาทรงทราบ
ก็จะทรงกริ้วได้ว่า ตีตนเสมอท่าน พึงตามหลังพระราชาในเรื่องกามคุณทุกสิ่งทุกอย่าง
(ขอย้ำในข้อนี้ มีตัวอย่างให้เห็น การที่คุณทักษิณไปใช้วัดพระแก้ว ซึ่งโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถูกตำหนิได้ว่าทำตนเสมอกับพระราชา 
รวมไปถึงเรื่องการแต่งกายก็เช่นกัน แค่เรื่องใส่เสื้อแขนสั้น - แขนยาว ยังโดนตำหนิถึงเพียงนี้ ซึ่งโดยปกติหากไม่แน่ใจก็ควรให้เรียบร้อยไว้ก่อน เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ เจ้าภาพและผู้ร่วมงาน
ทั้งๆ ที่ข้อควรปฏิบัติสำหรับข้าราชการนั้นก็มีมาแต่โบราณ แต่ท่านไม่ได้คิดให้ดีเสียก่อน  ประกอบกับพระราชาเป็นผู้ที่มีบุญมาก ผลสะท้อนกลับมาก็เลยมีมาก)
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรใช้สอยประดับประดา เสื้อผ้า มาลา เครื่องลูบไล้ ทัดเทียมกับพระราชา ไม่พึงประพฤติอากัปกิริยาหรือพูดจาทัดเทียม
หรือเลียนแบบพระราชา ควรแสดงอากัปกิริยาให้ต่างออกไป อย่าได้เหมือนพระราชา
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น เมื่อพระราชาทรงพระสำราญอยู่กับหมู่ข้าราชบริพาร มีพระสนมกำนัลในเฝ้าแหนอยู่ อย่าแสดงอาการทอดสายตา 
ทำความสนิทสนมกับพระสนมกำนัลในเป็นอันขาด
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเป็นคนฟุ้งซ่าน แสดงอาการคนพอง อย่าได้คะนองกาย วาจาให้เสียจริยาของข้าเฝ้า รู้จักรักษาตน
ไม่ให้เป็นคนเสียหายด้วยเหตุนั้นๆ สำรวมอินทรีย์ คือไม่พึงมองในสิ่งที่ไม่ควรมองเป็นต้น ระมัดระวังอินทรีย์ไม่ให้เกิดราคีขึ้นได้ 
พร้อมมีอัธยาศัยไมตรีที่สุจริต อย่าคิดฟุ้งซ่าน 
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเล่นหัว เจรจาปราศรัยในที่ลับสองต่อสองกับพระสนมกำนัลในของพระราชาเป็นอันขาด
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรถือเอาทรัพย์ออกจากพระคลังหลวง หมายถึงไม่ลักลอบหรือขโมย เอาพระราชทรัพย์ออกจากพระคลังหลวงเป็นอันขาด
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเห็นแก่การหลับนอนให้มากนัก จนเป็นเหตุให้เสียการเสียงาน ไม่ควรดื่มสุราจนเมามาย จนเป็นเหตุให้เสียสติ
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรฆ่าสัตว์หรือเบียดเบียนสัตว์ต่างๆ ในสถานที่ที่พระราชทานอภัย
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรขึ้นร่วมพระตั่ง ราชบัลลังก์ พระราชอาสน์ เรือและรถพระที่นั่ง ด้วยอาการทะนงตนว่าเป็นคนโปรดปราน
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเข้าใจในราชกิจ มีปฏิภาณไหวพริบในกิจอุปัฏฐาก ไม่ควรเฝ้าให้ไกลนัก ให้ใกล้นัก ควรยืนเฝ้าให้ทอดพระเนตรเห็นถนัด
ทางเบื้องพระพักตร์ และในสถานที่ที่พอจะได้ยินพระราชดำรัสของพระราชาอย่างชัดเจน
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรทำความวางใจว่า พระราชาเป็นเพื่อนของเรา เป็นคู่สนิทสนมกับเรา เพราะพระราชทั้งหลายย่อมทรงพระพิโรธได้โดยเร็วพลัน
เหมือนนัตย์ตาที่ถูกปลายแหลมของเมล็ดข้าวมากระทบฉะนั้น
(ขอย้ำในข้อนี้สำหรับผู้ที่มีเจ้านาย ในบางครั้ง เจ้านายอาจจะลองใจ เข้าทำนองที่ว่า &quot;เล่นกับหมา หมาเลียปาก&quot; หรือไม่)
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น อย่าได้ถือตัวว่าเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต คือเมื่อพระราชาทรงยกย่องบูชา ก็ชะล่าใจ อย่าได้จาบจวงเพ็ดทูลด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ขณะประทับอยู่ในราชบริษัทสมาคม เป็นการทะนงอวดดีจะมีภัย 
             ผู้ที่เป็นข้าราชการ เมื่อได้รับพระราชทานทางเข้าเป็นพิเศษให้เข้านอกออกในได้ ก็ไม่ควรวางใจในพระราชฐาน ต้องได้รับพระบรมราชนุญาตเสียก่อน 
อย่าได้ประมาท ควรระมัดระวังตนเสมือนคนอยู่ใกล้ไฟ
             พระราชาทรงยกย่องพระราชโอรส หรือพระราชวงศ์ โดยพระราชทาน หมู่บ้าน นิคม แว่นแคว้น หรือชนบทก็ตาม ผู้ที่เป็นข้าราชการควรนิ่งอยู่ก่อน
อย่าได้เพ็ดทูล ถึงคุณหรือโทษในขณะนั้นโดยทันที
             พระราชาจะปูนบำเหน็จรางวัลให้กับกรมช้าง กรมม้า กรมรถ กรมเดินเท้า ตามความชอบในราชการของเขา ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่พึงเพ็ดทูลทัดทานเขา
ทำให้เสียลาภผลที่เขาควรจะได้
             ข้าราชการผู้เป็นนักปราชญ์นั้น พึงโอนอ่อนเหมือนคันธนู และไม่มีลิ้นเหมือนปลา คือไม่เจรจาหาเรื่องให้เคืองพระราชหฤทัย พึงเป็นผู้กินน้อย คือไม่มักมากในลาภผล
และไม่ใช้จ่ายใช้ฟุ่มเฟือย
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้นพึงสอดส่องรักษาราชกิจ มิให้ผิดราชประเพณี มีความแกล้วกล้า อาจหาญในการต่อสู้กับอุปสรรค แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง 
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรมัวเมาสัมผัสอิสตรีให้บ่อยนัก ซึ่งจะเป็นเหตุให้สิ้นเดช สิ้นปัญญา แล้วก็จะประสบกับโรคทางเดินหายใจ เกิดความกระวนกระวายมีกำลังถดถอย
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรพูดมากเกินไป แต่ไม่ควรนิ่งเสียทุกคราวไป เมื่อถึงเวลาก็ควรพูดแต่พอประมาณ ไม่พร่ำเพรื่อ
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น อย่าเป็นคนมักโกรธ อย่าพูดกระทบใครให้รำคาญหู ต้องเป็นคนพูดจริง พูดจาอ่อนหวาน ไม่พูดจาเสียดสี ไม่พูดเพ้อเจ้อหาสาระมิได้
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรเลี้ยงดูมารดาบิดาให้ผาสุก ต้องประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูล เป็นคนอ่อนหวาน เจรจาไพเราะให้เหมาะแก่ฐานะเป็นลูกหลาน
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเป็นผู้ได้ฝึกฝนอบรมมาดีแล้วในสมบัติผู้ดี มีศิลปะได้ศึกษามาดี ในการปฏิบัติราชกิจ ต้องข่มจิตอบรมตนมิให้เกิดมลทินโทษ 
บำเพ็ญประโยชน์ให้สมบูรณ์ มีจิตใจแน่วแน่ มั่นคง ไม่แปรผัน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ประมาทเลินเล่อเป็นคนสะอาด ไม่มัวหมอง และขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติราชกิจ
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรเป็นผู้มีความประพฤติอ่อนน้อม มีความเคารพยำเกรงในท่านผู้อาวุโสกว่า เป็นผู้สงบเสงี่ยม เรียบร้อย อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข 
ไม่ทำตัวให้เป็นที่เดือนร้อนของผู้อื่น
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรอยู่ห่างๆ จากคนที่ถูกส่งมาเพื่อมาเป็นสายลับ พึงเว้นเสียให้ไกลอย่าใกล้ชิด พึงดูแลรับใช้เฉพาะแต่เจ้านายของตน
อย่าสาละวนสนใจถึงพระราชาพระองค์อื่น
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรเข้าหาสมาคมกับสมณะ และผู้มีศีลเป็นพหูสูต ด้วยความเคารพนบน้อม เมื่อเข้าไปหาแล้วก็ควรสมาทานรักษาอุโบสถศีลโดยเคารพ
ควรอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยงท่านเหล่านั้น ด้วยข้าวและน้ำอย่างปราณีต อย่าให้ขาดตกบกพร่อง ข้าราชการผู้หวังความเจริญแก่ตนนั้น พึงเข้าไปสมาคมคบหากับสมณะผู้มีศีล
เป็นพหูสูตมีปัญญาเพื่อศึกษาธรรม และฟังคำแนะนำ สั่งสอนจากท่าน ให้เป็นกิจสำคัญ เป็นประจำ โดยการไถ่ถามเรื่องบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์
พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำให้เคร่งครัด
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น อย่าทำให้ทานที่เคยพระราชทานแก่สมณะผู้มีศีล ให้เสื่อมสลายไป พึงใส่ใจสืบสานให้ดำรงอยู่ตลอดไป และเมื่อเห็นเหล่าวณิพก
มาในเวลาพระราชทาน ก็อย่าได้ห้ามปราบขัดประโยชน์เขา
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเป็นผู้มีปัญญาสมบูรณ์ด้วยจิตสำนึกที่ดี ฉลาดในวิธีจัดการ และทำงานราชกิจ รู้จักกาลรู้จักสมัย ที่จะจัดแจงว่า จะปฏิบัติราชกิจอะไรในเวลาใด
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรไปตรวจตราดูลานข้าวสาลี ปศุสัตว์ และนาหลวงอย่างสม่ำเสมอ ให้เก็บข้าวไว้พอประมาณ ให้หุงต้มเลี้ยงกันพอประมาณ 
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรยกย่องตั้งคนที่ไม่อยู่ในศีลในธรรมให้เป็นใหญ่ ปกครองหมู่คณะ แม้ว่าจะเป็นลูกหรือเป็นพี่น้องของตนก็ตาม 
เพราะคนเหล่านั้น นับได้ว่าเป็นคนพาล  พวกเขาเปรียบเหมือนกับคนตายที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า หากได้เป็นใหญ่ ก็มีแต่จะผลาญทรัพย์ในตระกูลหรือในท้องพระคลังให้หมดไป
ทั้งไม่อาจเพิ่มพูนทรัพย์สมบัติอะไรให้ได้ จึงไม่ควรยกย่อง แต่เมื่อพวกเขามานั่งคอยก็ควรช่วยเหลือ สงเคราะห์ให้เสื้อผ้าและอาหารไปตามสมควร
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรตั้งอยู่ในศีลไม่โลบมาก ควรประพฤติเยี่ยงตามเจ้านาย ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่เจ้านาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง 
มีความภักดีเสมอต้นเสมอปลาย        
             ข้าราชการต้องรู้จักพระราชอัธยาศัย ต้องปฏิบัติตามพระราชประสงค์ อย่าประพฤติให้เป็นที่ขัดพระราชประสงค์
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น พึงช่วยขัดสีพระวรกาย ช่วยสรงสนาน ควรก้มศรีษะล้างพระบาท แม้ว่าจะถูกกริ้วก็อย่าอาฆาตโกรธตอบ
             บุรุษผู้หวังความเจริญรุ่งเรืองแก่ตน จึงควรนอบน้อมบูชาพระราชาผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ ผู้สูงสุดยอด สามารถจะพระราชทานสมบัติที่น่าปรารถนาทุกอย่าง
เพราะว่า พระราชาทรงพระราชทาน ที่นอน ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ยวดยาน ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ผู้ยังโภคสมบัติให้ตกทั่วถึง เหมือนมหาเมฆยังน้ำฝนให้ตก 
เป็นประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั่วไปฉะนั้น
             ท่านทั้งหลาย นี่แหละราชวัสดีธรรม อันเป็นอนุศาสน์สำหรับข้าราชการทั้งหลาย ตั้งแต่ครั้งโบราณมา เมื่อข้าราชการทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตาม 
ก็จะเป็นที่โปรดปรานของพระราชา และย่อมได้รับการยกย่องจากเจ้านาย อันเป็นเหตุให้เจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าในแวดวงข้าราชการสืบไป
             พวกเราจะเห็นได้ว่า ข้อปฏิบัติของข้าราชการในกาลก่อน เมื่อได้ปฏิบัติตามครบทุกข้อแล้ว จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เจริญด้วยลาภยศ ในหน้าที่การงาน
ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อีกทั้งยังเป็นการปิดนรกเปิดสวรรค์อีกด้วย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม 4 ภาค 3 - หน้าที่ 328
******************************************************************
ใจจริงแล้วไม่อยากให้พี่ตราวุทธิ์เป็นนักการเมืองเลย จริงอยู่โอกาสที่จะทำบุญก็ทำได้มาก แต่โอกาสที่จะทำบาปก็มีมากเช่นกัน
เริ่มตั้งแต่การหาเสียง การกล่าวโจมตีฝ่ายตรงข้ามในทางที่ไม่ดี ทำให้ประชาชนจากที่รู้สึกเฉยๆเป็นเกลียดกันแค่นี้ก็บาปแล้ว
นับประสาอะไรกับนักการเมืองที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ท่านอาจจะยิ่งใหญ่ในชาตินี้ อย่างมากก็ไม่เกินร้อยปี 
แต่เมื่อละอัตภาพมนุษย์ไปแล้วสิ่งที่จะไปพบเจอนั้นไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย
แต่ก็เอาเถอะ หากพี่สามารถแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีศีลมีธรรม เมื่อนั้นน้องจะให้การสนับสนุน^_^

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ นักการเมืองควรศึกษาความรู้ทางพระพุทธศาสนาไว้บ้าง เพื่อไม่ให้ใครตำหนิได้ เพราะอาจจะต้องไปเป็นประธานในงานเหล่านี้
บางคนเป็นถึงปลัดกระทรวง แต่ไม่รู้ว่าระหว่างท้าวเวสสุวรรณกับพระพุทธเจ้าใครยิ่งใหญ่กว่ากัน ไม่รู้ว่าสังฆทานจริงๆแล้วเป็นอย่างไร น่าขำ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>นึกว่าพี่จะเขียนเรื่องโอบาม่าเสียอีก เตรียมเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเสียที วันนี้ขอนอกเรื่องหน่อยละกัน..<br />
ราชวัสดีธรรม ธรรมสำหรับผู้ที่เป็นนักการเมือง ข้าราชการ และยังรวมไปถึงผู้ที่มีเจ้านาย เป็นหลักการปฎิบัติตนต่อเจ้านายเป็นอย่างไร?<br />
             จริยาวัตรของราชเสวกนามว่า &#034;ราชวัสดีธรรม&#034; อันเป็นหลักปฏิบัติของข้าราชการมาแต่โบราณ<br />
ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเจริญด้วยยศศักดิ์แก่แวดวงราชการ ขอท่านจงตั้งใจฟังราชวัตรสดีธรรมนี้ให้ดี<br />
             บุคคลผู้อยู่ในแวดวงราชการหากยังไม่มีคุณงามความดีให้เห็น ก็ไม่สมควร ที่จะได้รับพระราชทาน<br />
ยศถาบรรดาศักดิ์ จนกว่าจะมีคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง ให้ปรากฏอย่างเด่นชัด เพื่อจะได้ไม่ถูกตำหนิในภายหลัง<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการ อย่าทำตัวกล้าบ้าบิ่นจนเกินพอดี ชนิดที่ไม่มองหน้ามองหลังว่า จะเกิดผลกระทบขึ้นอย่างไรกับใคร<br />
ซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนติดตามมาภายหลัง<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการอย่าขลาดกลัวจนเสียราชการ คือมีความลำเอียงอันเกิดจากความกลัวภัยที่จะมาถึงตัว ทำให้กระทำในสิ่งที่<br />
ไม่เป็นธรรม เพราะความขี้ขลาด หวาดกลัว เพื่อทำให้ตนปลอดภัยไว้ก่อน<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการ อย่าได้ประมาทเลินเล่อในที่ทุกสถาน ต้องคอยสอดส่อง ระแวดระวังภัยที่จะเกิดขึ้นกับพระราชาอยู่เสมอ<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น เมื่อพระราชาทรงทราบความประพฤติอันประกอบด้วยปัญญา และความบริสุทธิ์อย่างดีแล้ว<br />
เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ย่อมทรงวางพระทัย และไม่ทรงปกปิดความลับ จะทรงเปิดเผยความลับนั้นให้ฟัง แล้วก็ไม่ควรแพร่งพรายออกไป<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการทั้งหลาย หากพระราชาไม่ตรัสใช้ ไม่ควรหวั่นไหวด้วยอำนาจฉันทาคติเป็นต้น ดั่งตราชูที่บุคคลประคองให้มีคันเสมอ<br />
เที่ยงตรง ย่อมไม่ยุบลงไม่ฟูขึ้นฉะนั้น<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น พึงตั้งใจกระทำราชกิจทุกอย่างให้เสมอต้นเสมอปลาย เหมือนตราชูที่บุคคลประคองให้มีคันเสมอเที่ยงตรงดี<br />
ฉะนั้นควรทำกิจทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เที่ยงตรง และด้วยความยุติธรรม<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเป็นคนฉลาดในราชกิจอันพระราชาตรัสใช้ ไม่ว่าจะเป็นราชกิจในเวลากลางวัน หรือในเวลากลางคืนก็ตาม<br />
ไม่ควรหวาดหวั่นในการกระทำราชกิจนั้นๆ โดยจะต้องทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เต็มความสามารถ อันประกอบด้วยสติปัญญา<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเดินทางที่เขาตกแต่งไว้เรียบร้อยดี สำหรับรับเสด็จพระราชดำเนิน ถึงพระราชาจะทรงอนุญาตก็ตาม ก็ไม่ควรเดินทางนั้น<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรใช้สอยสมบัติที่น่าปรารถนาทัดเทียมกับพระราชา ไม่ว่าในกาลไหนๆ เพราะว่าเมื่อพระราชาทรงทราบ<br />
ก็จะทรงกริ้วได้ว่า ตีตนเสมอท่าน พึงตามหลังพระราชาในเรื่องกามคุณทุกสิ่งทุกอย่าง<br />
(ขอย้ำในข้อนี้ มีตัวอย่างให้เห็น การที่คุณทักษิณไปใช้วัดพระแก้ว ซึ่งโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถูกตำหนิได้ว่าทำตนเสมอกับพระราชา<br />
รวมไปถึงเรื่องการแต่งกายก็เช่นกัน แค่เรื่องใส่เสื้อแขนสั้น &#8211; แขนยาว ยังโดนตำหนิถึงเพียงนี้ ซึ่งโดยปกติหากไม่แน่ใจก็ควรให้เรียบร้อยไว้ก่อน เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ เจ้าภาพและผู้ร่วมงาน<br />
ทั้งๆ ที่ข้อควรปฏิบัติสำหรับข้าราชการนั้นก็มีมาแต่โบราณ แต่ท่านไม่ได้คิดให้ดีเสียก่อน  ประกอบกับพระราชาเป็นผู้ที่มีบุญมาก ผลสะท้อนกลับมาก็เลยมีมาก)<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรใช้สอยประดับประดา เสื้อผ้า มาลา เครื่องลูบไล้ ทัดเทียมกับพระราชา ไม่พึงประพฤติอากัปกิริยาหรือพูดจาทัดเทียม<br />
หรือเลียนแบบพระราชา ควรแสดงอากัปกิริยาให้ต่างออกไป อย่าได้เหมือนพระราชา<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น เมื่อพระราชาทรงพระสำราญอยู่กับหมู่ข้าราชบริพาร มีพระสนมกำนัลในเฝ้าแหนอยู่ อย่าแสดงอาการทอดสายตา<br />
ทำความสนิทสนมกับพระสนมกำนัลในเป็นอันขาด<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเป็นคนฟุ้งซ่าน แสดงอาการคนพอง อย่าได้คะนองกาย วาจาให้เสียจริยาของข้าเฝ้า รู้จักรักษาตน<br />
ไม่ให้เป็นคนเสียหายด้วยเหตุนั้นๆ สำรวมอินทรีย์ คือไม่พึงมองในสิ่งที่ไม่ควรมองเป็นต้น ระมัดระวังอินทรีย์ไม่ให้เกิดราคีขึ้นได้<br />
พร้อมมีอัธยาศัยไมตรีที่สุจริต อย่าคิดฟุ้งซ่าน<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเล่นหัว เจรจาปราศรัยในที่ลับสองต่อสองกับพระสนมกำนัลในของพระราชาเป็นอันขาด<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรถือเอาทรัพย์ออกจากพระคลังหลวง หมายถึงไม่ลักลอบหรือขโมย เอาพระราชทรัพย์ออกจากพระคลังหลวงเป็นอันขาด<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรเห็นแก่การหลับนอนให้มากนัก จนเป็นเหตุให้เสียการเสียงาน ไม่ควรดื่มสุราจนเมามาย จนเป็นเหตุให้เสียสติ<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรฆ่าสัตว์หรือเบียดเบียนสัตว์ต่างๆ ในสถานที่ที่พระราชทานอภัย<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรขึ้นร่วมพระตั่ง ราชบัลลังก์ พระราชอาสน์ เรือและรถพระที่นั่ง ด้วยอาการทะนงตนว่าเป็นคนโปรดปราน<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเข้าใจในราชกิจ มีปฏิภาณไหวพริบในกิจอุปัฏฐาก ไม่ควรเฝ้าให้ไกลนัก ให้ใกล้นัก ควรยืนเฝ้าให้ทอดพระเนตรเห็นถนัด<br />
ทางเบื้องพระพักตร์ และในสถานที่ที่พอจะได้ยินพระราชดำรัสของพระราชาอย่างชัดเจน<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรทำความวางใจว่า พระราชาเป็นเพื่อนของเรา เป็นคู่สนิทสนมกับเรา เพราะพระราชทั้งหลายย่อมทรงพระพิโรธได้โดยเร็วพลัน<br />
เหมือนนัตย์ตาที่ถูกปลายแหลมของเมล็ดข้าวมากระทบฉะนั้น<br />
(ขอย้ำในข้อนี้สำหรับผู้ที่มีเจ้านาย ในบางครั้ง เจ้านายอาจจะลองใจ เข้าทำนองที่ว่า &#034;เล่นกับหมา หมาเลียปาก&#034; หรือไม่)<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น อย่าได้ถือตัวว่าเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต คือเมื่อพระราชาทรงยกย่องบูชา ก็ชะล่าใจ อย่าได้จาบจวงเพ็ดทูลด้วยถ้อยคำหยาบคาย<br />
ขณะประทับอยู่ในราชบริษัทสมาคม เป็นการทะนงอวดดีจะมีภัย<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการ เมื่อได้รับพระราชทานทางเข้าเป็นพิเศษให้เข้านอกออกในได้ ก็ไม่ควรวางใจในพระราชฐาน ต้องได้รับพระบรมราชนุญาตเสียก่อน<br />
อย่าได้ประมาท ควรระมัดระวังตนเสมือนคนอยู่ใกล้ไฟ<br />
             พระราชาทรงยกย่องพระราชโอรส หรือพระราชวงศ์ โดยพระราชทาน หมู่บ้าน นิคม แว่นแคว้น หรือชนบทก็ตาม ผู้ที่เป็นข้าราชการควรนิ่งอยู่ก่อน<br />
อย่าได้เพ็ดทูล ถึงคุณหรือโทษในขณะนั้นโดยทันที<br />
             พระราชาจะปูนบำเหน็จรางวัลให้กับกรมช้าง กรมม้า กรมรถ กรมเดินเท้า ตามความชอบในราชการของเขา ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่พึงเพ็ดทูลทัดทานเขา<br />
ทำให้เสียลาภผลที่เขาควรจะได้<br />
             ข้าราชการผู้เป็นนักปราชญ์นั้น พึงโอนอ่อนเหมือนคันธนู และไม่มีลิ้นเหมือนปลา คือไม่เจรจาหาเรื่องให้เคืองพระราชหฤทัย พึงเป็นผู้กินน้อย คือไม่มักมากในลาภผล<br />
และไม่ใช้จ่ายใช้ฟุ่มเฟือย<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้นพึงสอดส่องรักษาราชกิจ มิให้ผิดราชประเพณี มีความแกล้วกล้า อาจหาญในการต่อสู้กับอุปสรรค แก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรมัวเมาสัมผัสอิสตรีให้บ่อยนัก ซึ่งจะเป็นเหตุให้สิ้นเดช สิ้นปัญญา แล้วก็จะประสบกับโรคทางเดินหายใจ เกิดความกระวนกระวายมีกำลังถดถอย<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรพูดมากเกินไป แต่ไม่ควรนิ่งเสียทุกคราวไป เมื่อถึงเวลาก็ควรพูดแต่พอประมาณ ไม่พร่ำเพรื่อ<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น อย่าเป็นคนมักโกรธ อย่าพูดกระทบใครให้รำคาญหู ต้องเป็นคนพูดจริง พูดจาอ่อนหวาน ไม่พูดจาเสียดสี ไม่พูดเพ้อเจ้อหาสาระมิได้<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรเลี้ยงดูมารดาบิดาให้ผาสุก ต้องประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูล เป็นคนอ่อนหวาน เจรจาไพเราะให้เหมาะแก่ฐานะเป็นลูกหลาน<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเป็นผู้ได้ฝึกฝนอบรมมาดีแล้วในสมบัติผู้ดี มีศิลปะได้ศึกษามาดี ในการปฏิบัติราชกิจ ต้องข่มจิตอบรมตนมิให้เกิดมลทินโทษ<br />
บำเพ็ญประโยชน์ให้สมบูรณ์ มีจิตใจแน่วแน่ มั่นคง ไม่แปรผัน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ประมาทเลินเล่อเป็นคนสะอาด ไม่มัวหมอง และขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติราชกิจ<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรเป็นผู้มีความประพฤติอ่อนน้อม มีความเคารพยำเกรงในท่านผู้อาวุโสกว่า เป็นผู้สงบเสงี่ยม เรียบร้อย อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข<br />
ไม่ทำตัวให้เป็นที่เดือนร้อนของผู้อื่น<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรอยู่ห่างๆ จากคนที่ถูกส่งมาเพื่อมาเป็นสายลับ พึงเว้นเสียให้ไกลอย่าใกล้ชิด พึงดูแลรับใช้เฉพาะแต่เจ้านายของตน<br />
อย่าสาละวนสนใจถึงพระราชาพระองค์อื่น<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรเข้าหาสมาคมกับสมณะ และผู้มีศีลเป็นพหูสูต ด้วยความเคารพนบน้อม เมื่อเข้าไปหาแล้วก็ควรสมาทานรักษาอุโบสถศีลโดยเคารพ<br />
ควรอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยงท่านเหล่านั้น ด้วยข้าวและน้ำอย่างปราณีต อย่าให้ขาดตกบกพร่อง ข้าราชการผู้หวังความเจริญแก่ตนนั้น พึงเข้าไปสมาคมคบหากับสมณะผู้มีศีล<br />
เป็นพหูสูตมีปัญญาเพื่อศึกษาธรรม และฟังคำแนะนำ สั่งสอนจากท่าน ให้เป็นกิจสำคัญ เป็นประจำ โดยการไถ่ถามเรื่องบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์<br />
พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำให้เคร่งครัด<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น อย่าทำให้ทานที่เคยพระราชทานแก่สมณะผู้มีศีล ให้เสื่อมสลายไป พึงใส่ใจสืบสานให้ดำรงอยู่ตลอดไป และเมื่อเห็นเหล่าวณิพก<br />
มาในเวลาพระราชทาน ก็อย่าได้ห้ามปราบขัดประโยชน์เขา<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ต้องเป็นผู้มีปัญญาสมบูรณ์ด้วยจิตสำนึกที่ดี ฉลาดในวิธีจัดการ และทำงานราชกิจ รู้จักกาลรู้จักสมัย ที่จะจัดแจงว่า จะปฏิบัติราชกิจอะไรในเวลาใด<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรไปตรวจตราดูลานข้าวสาลี ปศุสัตว์ และนาหลวงอย่างสม่ำเสมอ ให้เก็บข้าวไว้พอประมาณ ให้หุงต้มเลี้ยงกันพอประมาณ<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ไม่ควรยกย่องตั้งคนที่ไม่อยู่ในศีลในธรรมให้เป็นใหญ่ ปกครองหมู่คณะ แม้ว่าจะเป็นลูกหรือเป็นพี่น้องของตนก็ตาม<br />
เพราะคนเหล่านั้น นับได้ว่าเป็นคนพาล  พวกเขาเปรียบเหมือนกับคนตายที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า หากได้เป็นใหญ่ ก็มีแต่จะผลาญทรัพย์ในตระกูลหรือในท้องพระคลังให้หมดไป<br />
ทั้งไม่อาจเพิ่มพูนทรัพย์สมบัติอะไรให้ได้ จึงไม่ควรยกย่อง แต่เมื่อพวกเขามานั่งคอยก็ควรช่วยเหลือ สงเคราะห์ให้เสื้อผ้าและอาหารไปตามสมควร<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น ควรตั้งอยู่ในศีลไม่โลบมาก ควรประพฤติเยี่ยงตามเจ้านาย ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่เจ้านาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง<br />
มีความภักดีเสมอต้นเสมอปลาย<br />
             ข้าราชการต้องรู้จักพระราชอัธยาศัย ต้องปฏิบัติตามพระราชประสงค์ อย่าประพฤติให้เป็นที่ขัดพระราชประสงค์<br />
             ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้น พึงช่วยขัดสีพระวรกาย ช่วยสรงสนาน ควรก้มศรีษะล้างพระบาท แม้ว่าจะถูกกริ้วก็อย่าอาฆาตโกรธตอบ<br />
             บุรุษผู้หวังความเจริญรุ่งเรืองแก่ตน จึงควรนอบน้อมบูชาพระราชาผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ ผู้สูงสุดยอด สามารถจะพระราชทานสมบัติที่น่าปรารถนาทุกอย่าง<br />
เพราะว่า พระราชาทรงพระราชทาน ที่นอน ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ยวดยาน ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ผู้ยังโภคสมบัติให้ตกทั่วถึง เหมือนมหาเมฆยังน้ำฝนให้ตก<br />
เป็นประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั่วไปฉะนั้น<br />
             ท่านทั้งหลาย นี่แหละราชวัสดีธรรม อันเป็นอนุศาสน์สำหรับข้าราชการทั้งหลาย ตั้งแต่ครั้งโบราณมา เมื่อข้าราชการทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตาม<br />
ก็จะเป็นที่โปรดปรานของพระราชา และย่อมได้รับการยกย่องจากเจ้านาย อันเป็นเหตุให้เจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าในแวดวงข้าราชการสืบไป<br />
             พวกเราจะเห็นได้ว่า ข้อปฏิบัติของข้าราชการในกาลก่อน เมื่อได้ปฏิบัติตามครบทุกข้อแล้ว จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เจริญด้วยลาภยศ ในหน้าที่การงาน<br />
ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อีกทั้งยังเป็นการปิดนรกเปิดสวรรค์อีกด้วย<br />
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม 4 ภาค 3 &#8211; หน้าที่ 328<br />
******************************************************************<br />
ใจจริงแล้วไม่อยากให้พี่ตราวุทธิ์เป็นนักการเมืองเลย จริงอยู่โอกาสที่จะทำบุญก็ทำได้มาก แต่โอกาสที่จะทำบาปก็มีมากเช่นกัน<br />
เริ่มตั้งแต่การหาเสียง การกล่าวโจมตีฝ่ายตรงข้ามในทางที่ไม่ดี ทำให้ประชาชนจากที่รู้สึกเฉยๆเป็นเกลียดกันแค่นี้ก็บาปแล้ว<br />
นับประสาอะไรกับนักการเมืองที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ท่านอาจจะยิ่งใหญ่ในชาตินี้ อย่างมากก็ไม่เกินร้อยปี<br />
แต่เมื่อละอัตภาพมนุษย์ไปแล้วสิ่งที่จะไปพบเจอนั้นไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย<br />
แต่ก็เอาเถอะ หากพี่สามารถแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีศีลมีธรรม เมื่อนั้นน้องจะให้การสนับสนุน^_^</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งก็คือ นักการเมืองควรศึกษาความรู้ทางพระพุทธศาสนาไว้บ้าง เพื่อไม่ให้ใครตำหนิได้ เพราะอาจจะต้องไปเป็นประธานในงานเหล่านี้<br />
บางคนเป็นถึงปลัดกระทรวง แต่ไม่รู้ว่าระหว่างท้าวเวสสุวรรณกับพระพุทธเจ้าใครยิ่งใหญ่กว่ากัน ไม่รู้ว่าสังฆทานจริงๆแล้วเป็นอย่างไร น่าขำ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
