March 3, 2008

Google Thailand Briefing

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ผมได้ไปร่วมงาน "Google Thailand" ซึ่งก็ได้สาระความรู้และแนวคิดมามากมายครับ ผมก็เลยได้รวบรวมเนื้อหาสาระสำคัญที่ได้จากงานนี้มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับโดยเนื้อหาทั้งหมดนี้ แต่แรกผมได้เขียนรวบรวมไว้ที่เว็บบอร์ดwww.trawutspace.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับสมาชิก เพื่อให้สมาชิกที่ไม่ได้ไปร่วมงานได้อ่านกันครับ เมื่อผมเขียนรวบรวมเสร็จและมีสมาชิกได้อ่าน ก็บอกว่าเนื้อหาจากงาน Google Thailand นี้มีประโยชน์มาก

ผมก็เลยอยากนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วย ก็เลยขอนำเอาสาระสำคัญที่ได้สรุปไว้ในwww.trawutspace.com มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ

 

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
Google Thailand Briefting

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
www.trawutspace.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

 

สำหรับส่วนแรกสุดนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Online Trend ซึ่งทาง ดร. ปิยะ จาก Truehits ก็ได้ขนสถิติต่างๆ มาให้ดูกันจนเต็มอิ่มครับ จริงๆถ้าหากสามารถนำสไลด์มาให้ทุกคนดูประกอบได้ ก็คงจะดีไม่น้อยครับ เพราะข้อมูลสถิติบางอัน ทาง Truehits ก็ไม่ได้เปิดเผยที่ไหนมาก่อนครับ

 

สถิติต่างๆ มีดังนี้ครับ

1. Google ครองตลาด Search Engine ของประเทศไทย
2. Microsoft ครองตลาด Operation System ของประเทศไทย โดยมี Window XP เป็นตัวที่คนใช้มากที่สุดในปัจจุบัน
3. Internet Explorer ยังคงครองแชมป์สำหรับประเภท Browser อยู่ โดยมี firefox เริ่มตีตื้นขึ้นมา
4. จากสถิติพบว่าทางด้าน Resolution นั้น อีกไม่นาน 1024×748 กำลังจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1
5. กลุ่มอายุที่มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 24-35 ปี
6. อาชีพที่มีการเล่นอินเตอร์เน็ตมากที่สุด คือ อาชีพ นักเรียน นักศึกษา มีมากถึง 39%
7. ส่วนระดับรายได้นั้น ก็แน่นอนว่า ในเมื่อนักเรียน นักศึกษาใช้อินเตอร์เน็ตเป็นส่วนมากระดับรายได้ของคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตมากสุด ก็เลยอยู่ที่ระดับ ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน

 

ถัดมา ดร.ปิยะบอกว่า กลุ่มคำค้นหาที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด ตอนนี้คือ

1. Game
2. Song/ Music (กำลังมาแรงมากในปัจจุบัน)
3. Car
4. Mobile
5. Jobs

 

ส่วนลักษณะการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆนั้น พบว่ามีดังนี้

1. Direct หรือ การเข้าเว็บไซต์จากการพิมพ์ URL หรือ BookMark ไว้ มีจำนวนสูงสุด คือ 59.45%
2. Search หรือ เข้าเว็บไซต์โดยค้นหาผ่านทาง Search Engine มีจำนวน 29.09%
3. Refer Web Site หรือ การเข้าเว็บไซต์ผ่านทางการแนะนำจากเว็บไซต์อื่นๆ มี 11.46%

 

โดยแนวโน้มของการเข้าเว็บไซต์นั้น ดร. ปิยะย้ำว่า ของ Search มาแรงขึ้นเรื่อยๆครับ และกลุ่มเว็บไซต์ที่มีคนเข้าผ่านทาง Search Engine มากที่สุด คือ กลุ่มของพวก Community Web Site ครับ

 

สำหรับแนวโน้มทางด้านการท่องเที่ยวนั้น เมื่อดูตามกลุ่มการค้นหาแล้วพบว่าอันดับที่ 1 คือ เกาะ ทะเล
อันดับที่ 2 คือ น้ำตก ภูเขา
อันดับที่ 3 คือ ภาคเหนือ
อันดับที่ 4 คือ ต่างประเทศ
แสดงให้เห็นได้ชัดว่า ในประเทศไทยคนชอบเที่ยว ทะเลมากที่สุดครับ

 

 

อีกจุดหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ ดร.ปิยะบอกไว้ว่า เราสามารถวัดผลได้ด้วยว่าแคมเปญโฆษณาแบบ Offline ของเราที่ปล่อยออกไปได้ผลดีมากแค่ไหน ด้วยการดูจากแนวโน้มการค้นหา Online ครับ เพราะตามกราฟแสดงให้เห็นว่า เมื่อมีข่าวอะไรใหม่ๆตามสื่อ Offline ก็จะมีการค้นหาแบบ Online เพิ่มมากขึ้นด้วยครับ

 

สำหรับกลุ่มเว็บไซต์ที่มีคนเข้ามากที่สุดในปี 2007 คือ

•   Varitey/ Portal
•   News
•   Community
•   Game Online

และเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทย เมื่อวัดจากจำนวน Unique IP ที่เข้าเว็บไซต์ในแต่ละวัน ก็ยังคงเป็นกลุ่ม Variety/ Portal เป็นหลัก ซึ่งมีแกนนำโดย

•   Sanook ประมาณ 44%
•   Kapook ประมาณ 31%
•   Mthai ประมาณ 22%

*** ค่าเปอร์เซ็นต์นี้หมายความว่า ถ้าหากมีเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าอินเตอร์เน็ตวันนี้ 100 เครื่อง จะต้องมี 31 เครื่องที่เข้าไปยังเว็บไซต์ Kapook ครับ ***

และสถิติได้แสดงให้เห็นด้วยว่า ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ส่วนมาก จะเข้าจากทาง Direct เป็นหลัก หรือก็คือ เป็นพวกกลุ่มแฟนพันธ์แท้นั่นเอง ทำให้เว็บไซต์ใหม่ๆอาจจะมีโอกาสโตยากครับ

หลังจากที่ได้พูดถึงเรื่องสถิติต่างๆมาอย่างมากมายแล้ว ดร.ปิยะได้ให้แง่คิดทิ้งท้ายเกี่ยวกับการทำ Online Media ว่า เป็นอะไรที่น่าทำอย่างมาก เพราะว่า สื่ออินเตอร์เน็ตนั้นมีความเหนือกว่า สื่อ Offline ทั่วไป ดังนี้

•   On Demand
•   Interactive
•   Two Way Communication

หรือ สรุปง่ายๆคือ สื่ออินเตอร์เน็ต สามารถทำให้คนสนใจได้มากขึ้น และทำให้คนไม่รู้สึกเหมือนถูกแสดงโฆษณาจนเกินไปครับ

 

เมื่อจบส่วนที่ 1 ไปแล้ว ก็มาพบกับเนื้อหาส่วนที่ 2 ที่หลายๆคนอาจจะต้องตั้งใจฟังมากๆ เพราะว่าผู้บรรยายคือ Mr. Richard Kimber ที่มีตำแหน่งเป็นถึง Managing Director, South Asia & Korea ของทาง Google เลยทีเดียว (ที่ต้องตั้งใจฟังคงไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง แต่เกี่ยวกับว่าบรรยายเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า)

ซึ่งหัวข้อที่ Mr. Richard บรรยายนั้นคือ หัวข้อเรื่อง The Integration Media ซึ่งก็เปิดฉากมาโดยการพูดถึงการเติบโตของอินเตอร์เน็ตในยุคต่างๆ ดังนี้

ยุคที่ 1: The Information Wave (1994-1998)

ยุคนี้คนจะเข้าเว็บไซต์เพื่อค้นหาและอ่านข้อมูลข่าวสารเป็นหลัก ทำให้เว็บไซต์ที่เกิดขึ้นส่วนมากจะเป็นเว็บ Portal เช่น Yahoo! รวมทั้งเว็บ Search อย่าง Google เองด้วย

 

ยุคที่ 2: The Distribution & Communication Wave (1998-2004)

ยุคนี้เว็บไซต์ eCommerce ต่างๆเริ่มผุดขึ้นมา และคนเริ่มซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น เว็บไซต์ดังๆช่วงนี้ได้แก่ amazon, eBay, Skype, Expedia เป็นต้น

 

ยุคที่ 3: The Networking Wave (2004-?)

เป็นยุคที่คนเริ่มเข้าสู่อินเตอร์เน็ตมากขึ้น ผู้คนเริ่มนำเรื่องราวของตนเองออกมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้เกิดสังคมออนไลน์ขึ้นมา เว็บไซต์ช่วงนี้ได้แก่ MySpace, YouTube, FaceBook

จากนั้นก็มาเริ่มพูดถึง Online Media หรือ การทำโฆษณา Online ว่า ในปัจจุบันที่มีโฆษณาอยู่จำนวนมากมายมหาศาลทั่วโลก ทั้ง offline และ online การจะทำให้คนสนใจโฆษณานั้นเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นถ้าหากเราทำโฆษณาอยู่ เราก็ต้องเปลี่ยนตามให้ทันกระแสโลก โดย Media ที่ได้ผลดีมากที่สุดในปัจจุบัน คือ Interaction & Engagement Media นั่นเอง

 

หลายๆคนอาจจะงงว่า แล้ว Interaction & Engagement Media คืออะไร

Interaction & Engagement Media คือ สื่อที่มีการโต้ตอบกับผู้ชมได้ สามารถให้ผู้ชมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโฆษณาได้ผ่านทางกิจกรรมต่างๆแบบ Real Time ครับ เพราะเมื่อคนมีส่วนร่วมมากขึ้น ก็จะมีเวลาชมโฆษณามากขึ้น และซึมซับแบรนด์ของสินค้ามากขึ้น

ถัดมาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก คือ Google’s Visions of Marketing หรือ วิสัยทัศน์ของ Google ด้านการตลาด โดย Mr. Richard ได้นำเสนอ Vision 5 ประการดังนี้

Vision#1: It’s not about Demographics
Vision#2: The Wisdom of Crowds
Vision#3: The Internet will become a resource for understanding consumer attitudes
Vision#4: Offline&Online advertising will be forever integrated
Vision#5: Marketing will embrace new platforms

Vision ทั้ง 5 ข้อ ก็สรุปได้ว่า ทาง Google มองว่าด้วยศักยภาพของอินเตอร์เน็ตจะทำให้การทำการตลาดของทั้งโลกเปลี่ยนไป เพราะว่าเราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม ประเพณี ทำให้เรารู้ได้อย่างชัดเจนว่า คนทั่วทั้งโลกกำลังต้องการอะไรอยู่ และสามารถที่จะตอบสนองได้อย่างถูกต้องครับ

 

หัวข้อในการบรรยายเรื่องสุดท้ายคือ Google AdWords: Secrets of Success โดยคุณพรทิพย์ กองชุน ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเป็น Strategic Partner Manager – South East Asia ของทาง Google ครับ

ซึ่งคุณพรทิพย์ได้มาสรุปให้ฟังว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โฆษณา AdWords ของคุณประสบความสำเร็จก็คือ คุณจำเป็นจะต้องรู้จักลูกค้าของคุณให้ดี และเลือกใช้ Keywords รวมทั้ง Channel ในการทำโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าครับ

 

โดยสำหรับการเลือกใช้ Keywords นั้น คุณพรทิพย์ ได้อธิบายถึง Purchase Funnel ไว้ดังนี้

1. Dreaming จะเป็น Keyword กว้างๆที่คนใช้คนหาเยอะในช่วงเริ่มต้นการค้นหา
(ในขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าตนเองต้องการอะไร) เช่น Andaman Sea, Adventure Trip

2. Planning เป็น Keywords ที่คนใช้เพื่อค้นหาในสิ่งที่ตนเองต้องการทราบรายละเอียดมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ เช่น Vacation at Phuket, Diving at Phi Phi Island

3. Purchasing คือ Keywords ที่คนใช้ค้นหาเพื่อที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ หลังจากที่ได้ตัดสินใจจะซื้อเรียบร้อยแล้ว เช่น Booking Phuket Hotel, PADI Phuket (PADI คือ ชื่อย่อของสมาคมดำน้ำ)

*** เรื่องนี้จะเหมือนกับเรื่องของ Keyword Triangle ที่ผมได้อธิบายไปแล้ว หลายๆครั้งนะครับ ซึ่งก็นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญมากๆอย่างหนึ่งในการทำโฆษณา AdWords เลยครับ ลองกลับไปทบทวนกับดูนะครับ***

และนอกจากการเลือก Keywords ให้เหมาะสมแล้ว เรายังต้องเลือก Channel ในการทำโฆษณาให้เหมาะสมด้วย เพราะว่าทาง Google มี Content Network อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราสามารถกระจายโฆษณาของเราไปสูงผู้บริโภคได้มากขึ้นครับ

จากนั้นคุณพรทิพย์ก็ได้ ยก Case Study ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการลงโฆษณากับ Google ให้ดู และมีการแนะนำ Google Analytics เพื่อการใช้งานคู่กับ Google AdWords ด้วยครับ

และที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากเลย ก็ตอนที่คุณพรทิพย์มีให้เล่นเกมตอบคำถามเพื่อชิงรางวัลจาก Google ซึ่งคำถามที่คุณพรทิพย์นำมาถามนั้นก็คือ เรื่องเกี่ยวกับ Online Advertising นั่นเองครับ

และเนื่องจากคำถามไม่ได้ยากมาก ทำให้มีคนยกมือตอบมากมาย จนต้องให้พนักงาน Google มาช่วยกันจับตาดูเลยครับว่า ใครยกมือก่อนกันครับ

เมื่อเล่นเกมตอบคำถามกันเสร็จแล้ว ทาง Google ก็ได้กล่าวปิดงาน และให้แขกทุกท่านพักผ่อนและพูดคุยกันตามอัธยาศัยครับ

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวที่ผมได้นำมาฝาก จากงาน Google Thailand Briefing ครับ คิดว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะครับ

ตราวุทธิ์

 

 

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนลัดวิธีการทำโฆษณาด้วย Google Adwords
อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ได้ที่บ้านของคุณ
=> http://www.AdWords-eClass.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

Filed under Articles by

Spread the Word!

Permalink Print Comment

Comments on Google Thailand Briefing »

March 3, 2008

Chris Tackett @ 3:51 pm

I found your site on technorati and read a few of your other posts. Keep up the good work. I just added your RSS feed to my Google News Reader. Looking forward to reading more from you.

Chris Tackett

ilearn @ 8:29 pm

เพื่อนๆ สามารถชมภาพบรรยากาศงาน Google Thailand Marketing Briefing ได้ที่นี่ค่ะ http://www.ilearn.in.th

March 4, 2008

phat @ 11:37 am

ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ

Leave a Comment