April 1, 2009
Help me! My Heart is Broken
| สวัสดีครับ
บางครั้งการที่เราตั้งใจทำ Affiliate มากจนเกินไป อาจจะทำให้เราอยู่แต่เฉพาะหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน และลืมที่จะสนใจคนใกล้ตัวของเรา เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง หรือ แม้กระทั่งคนรักไป และโดยเฉพาะคนรักนี่ อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เข้าใจผิดกันได้ง่าย เพราะความเป็นอาร์ทตัวแม่ที่มีอยู่ในตัวของผู้หญิงทุกคน ทั้งๆ ที่เราก็ตั้งใจทำ Affiliate หาเงินเพื่อหวังสร้างครอบครัว แต่ผู้หญิงส่วนมากก็ไม่เข้าใจ และคิดว่าเราไม่สนใจเค้า ไม่ยอมไปเที่ยวกับเค้า ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาชีวิตคู่ในที่สุด ส่วนตัวผมเองก็เคยประสบปัญหานี้ครับ ในช่วงเวลาที่ผมตั้งใจทำ Affiliate อย่างมุ่งมั่นทุ่มเท ผมกลับมีปัญหาชีวิตมากมายรุมเร้า แม้กระทั่งแฟนผมก็ยังมาทิ้งผมไป เพราะความเข้าใจผิด คิดว่าผมเปลี่ยนไป ไม่เอาใจใส่เค้าเหมือนเคย จนมาถึงวันนี้ เหตุการณ์ในวันนั้นก็ยังคงติดตาผมอยู่เสมอ ซึ่งเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ทำไมแฟนผมถึงเข้าใจผิด และทิ้งไปผม เข้าไปดูได้ที่วีดีโอด้านล่างเลยครับ เมื่อดูวีดีโอจบแล้ว ผมก็ขอกล่าวคำว่า "Happy April Fool’s Day" นะครับ จริงๆ แล้ววีดีโอนี้ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริงผมเลยครับ ทางทีมงาน IDU ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อเป็น MV น่ารักๆประกอบหนังสือ Amazon Make Me Rich ให้ดูกันสนุกๆครับ แต่ก็ไม่แน่นะครับ เนื้อเรื่องอาจจะไปเหมือนกับชีวิตใครบางคนจริงๆ ก็ได้ ยังไงก็ขอฝากข้อคิดจากวีดีโอนี้ไว้นะครับว่า 1. ถ้าหากจะทำ Affiliate ก็ควรจะอธิบายให้คนใกล้ตัวรับรู้และเข้าใจว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ ไม่งั้นอาจจะถูกเข้าใจผิดได้ 2. พยายามแบ่งเวลาในการทำงาน และเวลาในการใช้ชีวิตให้สมดุลย์ด้วย แล้วชีวิตจะมีความสุขมากขึ้นในทุกๆ ด้านครับ
ขอให้มีความสุขทุกคนครับ ตราวุทธิ์ |






Comments on Help me! My Heart is Broken »
ต้องไปเป็น พระเอก ช่อง3 แล้ว แสดง ได้เยี่ยม จิง จิง
ขอบคุณมากๆครับ
โอ้ เดี๋ยวนี้คุณตราวุทธิ์เป็นพระเอก MV ไปแล้วเหรอครับ แต่ทำได้ดีครับทำให้เห็นภาพเลยว่าเมื่อเราพยายาม ปัญหาหรือเรื่องราวต่างๆ ก็จะจบลงด้วยดี ขอบคุณนะครับ ผมไปซื้อหนังสือมาแล้วครับ เขียนได้ดีมาก กำลัีงพยายามทำอยู่เช่นเดียวกันครับ
น่ารักดีเนอะ จี้ดีด้วย
อ๋ออีกเรื่องนะ ผมซื้อหนังสือแล้วแต่รู้สึกว่าจะพิมพ์ผิดอยู่นะครับ
ตอนนี้กำลังดูให้อยู่ แล้วจะมาบอกนะครับว่ามีหน้าไหนบ้าง เผื่อว่าต้องพิมพ์เพิ่มอีกหลายครั้ง
น่ารักดีครับ
ทำ mv ขายเลยครับ
อิอิ
555+
น่ารักดีครับ
ผมว่า พี่ตราวุทธิ์น่าจะรับเล่น MV ด้วยนะครับ
ท่าจะรุ่ง รับรายได้อีกทางนึง
จริงๆด้วยครับ วันๆ เอาแต่นั่งหน้าจอ เป็นคนอื่นคงไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าเรากำลังทำอะไรอยู่
เอาใจสู้นักการตลาดออนไลน์ทุกท่านครับ อากาศร้อนๆแบบนี้ หาเวลาไปรีแล็กซ์บ้างก็ดีนะ
ปล. ไม่แน่ใจว่าสะกดชื่อพี่ถูกป่าว ถ้าผิดก็ขออภ้ยมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
สัวสดี ค่ะ โอโห้ ตกใจแทน เลย นะค่ะ
แต่ ก็ อยากจะขอบคุณ คุณ ตราวุทธิ์
มานานแล้ว ล่ะค่ะ ที่สงบทความดีๆมาให้เสมอ ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
หนทางของดิฉันยังแสน ยาวไกล คงไม่ อาจ เอื้อม ถึง หัวใจ คุณ ตราวุทธิ์ หรอก ฮือๆๆๆ
Happy April Fool’s Day 55+ ล้อเล่งนะค่ะ
คิคิ… ตัวจริงรึป่าวค่ะเนี๊ย
ขอบคุณนะคะ แล้วจะรีบหามาครอบครองค่าา..
เยี่ยมมากๆ ครับ
mv เก๋มากกก อิงจากเรื่องจริงอะเด๊
55555
เล่นเอาผมตามมาดูวีดีโอ ด้วยเลยนะครับ *.*
ขอบคุณสำหรับคำติชมของทุกคนนะครับ แต่ผมก็คงยังไม่กล้าไปเป็นพระเอก MV จริงจังครับ
อันนี้ต้องขอบคุณทีมงานมากกว่าที่ทำขึ้นมาขำๆครับ เลยได้ประสบการณ์ใหม่ไปอีกแบบ
ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำครับ สนุกดีเหมือนกันครับ
ขำดีครับ ทำออกมาบ่อยๆ นะครับ ชอบๆๆๆ
555 เจอมุขนี้แล้ว ไม่เคยเม้นท์ ต้องขอเม้นท์เลยครับ
ผมว่าคุณตราวุทธิ์ ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาหาแฟนแน่ๆ
แต่ก็ไม่แน่นะ คนประสบความสำเร็จอย่างคุณตราวุทธิ์ คงมีสาวๆ
เดินเข้ามาหาเองมากกว่า
ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ครับ
จากใจจริง (ไม่มีลวงเนื่องในวัน April Fool’s Day)
พี่เผ่าอ่ะ นึกว่าเรื่องจริง
สบายดีมั้ยคะ
คิดถึงเสมอเลยพี่เผ่า
ผมก็ว่าคุณ ตราวุธ หล่อก็หล่อ รวยก็รวย แถมเก่งอีกต่างหาก
อกหักน่าจะยากนะครับ … ขอให้มีความสุขมากๆครับผม
ประทีป ^_^
ดูแล้วสนุกดีค่ะ แต่แม้สนุกก็ให้ข้อคิดด้วย
MV แรกคุณตราวุฒิก็ทำได้ดีขนาดนี้แล้ว
อยากให้มีออกมาอีกเป็นระยะๆ อีก (อิอิ คลายเครียดไปในตัว)
ดูแล้วซึ้งจริงๆครับ
น้ำตาไหลเลยดพราะว่าทำ อเมซอน มาปีกว่ายังได้ 1ดอลล่าร์อยู่เลย
สงสัยเพราะไม่ซื้อหนังสือนี่เอง
ต้องรีบไปซื้อเดี่ยวนี้
ขอบคุณมากครับ
เจ๋งอ่ะ
กำ พี่เผ่าเอาชีวิตผมไปทำ MV หรอเนี่ย
เห็น MV แล้วค่อยมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง กำลังพยายามทำอยู่ค่ะ
เมลล์ทุกเมลล์เสมือนเพื่อนเดินทาง ขอบคุณนะคะที่ยังคอยให้กำลังใจเสมอ แถมยังมี MV คลายเครียดไปในตัวด้วยเหมือนกันค่ะ 555
ขอบคุณค่ะ
เจ๋งค่ะ ไปเป็นพระเอกก็ได้นะเนี่ย รับทรัพย์หลายทาง เอาเลยจะตามไปเป็นแฟนคลับ
นึกว่าคุณตราวุทธิ์จะ เปลี่ยนอาชีพ ซะแล้ว
ถ้าจะเป็นดาราก็คงตามไปเชียร์อีกครับ
วันนี้ซื้อหนังสือมา Amazon มาแล้วครับ
แต่ยังไม่ได้อ่านเลย
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆครับ
เล่นยากมั้ยคะคุณตราวุทธิ์ ตอนซีนอกหักอ่ะ
^__^ คาดว่าคงจะไม่เคยมีประสบการณ์ตรง หุหุ
MV น่ารักดีค่ะ แจ้งเกิดพระเอกหน้าใหม่เลยนะเนี่ย
MV น่ารักมากกๆค่ะ ^^
โอ๊ย… ชอบ มั่กๆๆ… เจ้าสาว ใน MV เนี่ย ตัวจริง ด้วยป่าว ค่ะ… น่ารัก ทั้งคู่ … ขอปรบมือให้… เย้.. เย้ … เยี่ยมเลยค่ะ… อยาก ทำ amason มั่กๆ กะลัง ศึกษา ดูใจ กัน อยู่ จ้า… คุณ ตราวุธ จะ ออก หนังสือ amason make me rich ด้วย ป่าว… สนใจ… สนใจ.. แล้วจ้า…
เจ๋งมากครับ
555555 น่ารักมากครับ คุณตราวุทธิ์ ไม่น่าเชื่อว่า ไอดอลในใจของผม จะกล้าทำไปได้แบบนี้ ปลื้มครับปลื้ม จะหาโหลดเก็บไว้ อิๆๆ
เฮ้อ ก็จริงอย่างคุณตราวุทธิ์ว่านั่นแหล่ะครับ แต่ผมสิ นอกจากไม่ประสบความสำเร็จ แถมยังโดนดูถูกจากผู้ปกครองอีก เฮ้อ ชีวิต….แล้วแบบนี้จะไม่ให้ทำ Amazon แบบหามรุ่งหามค่ำได้ไงคร้าบบบบ ใกล้จะถึงวันเกิดแม่แล้ว ก็เลยต้องลุยแบบนั้นแหล่ะ ฮือๆๆๆ
เพื่อนๆก็ไม่จริงใจ แล้วจะไปให้ให้เวลากับพวกเขาทำไม สู้ให้เราประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล แล้วไปเจอหน้าพวกเขา อย่างงี้ดีกว่าเยอะ….ขออภัยกับคำบ่นด้วยครับ แต่ผมสู้คนเดียว มันอึดอัดจนบอกไม่ถูกครับ…
@Tanagorn
สิ่งเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเราคิดถูกคือ การทำให้ปรสบความสำเร็จครับ
ซึ่งปัญหานี้ผมเองก็เคยเป็นครับ สมัยที่ทำ Affiliate ใหม่ๆ จะไปคุยกับเืพื่อนก็ไม่มีใครรู้เรื่อง กับที่บ้านก็ไม่ค่อยเข้าใจ สรุปคือ ไม่ได้บอกใครเลย ได้แต่นั่งทำอยู่คนเดียวครับ ท้อไปก็หลายครั้งครับ แต่ก็ยังโชคดีที่ทำต่อมาเรื่อยๆครับ
so cute MV ka
Created มากครับ^_^
คล้ายๆชีวิตผมเลย
เหลือช่วงสุดท้ายเนี่ยแหละ ที่ยังไม่คล้าย555+
ขอบพระคุณคุณตราวุทธิ์มากครับ ถึงวันนี้ไม่สำเร็จ แต่ต้องสำเร็จซักวัน!มั่นใจขึ้นเยอะครับ ได้คำตอบจากไอดอลในดวงใจ สู้ต่อไป!ทาเคชิ!!!(เกี่ยวกันไหมเนี่ย?)ฮ่าๆๆๆ
ขอปรบมือดังๆครับ ชอบครับ mv นี้ อยากเป็นอย่างตอนจบบ้างจัง
ขำตอนที่โดนปาหมอนใส่หน้ามากๆ เปิดเล่นกลับไปกลับมาช่วงนี้..คริคริขำดี ตลกดีด้วย
เดี๋ยวนี้พวกดารา พระเอก MV ไม่ต้องหล่อมากก็เป็นได้แล้ว
พี่ตราวุทธิ์ ยังจำเรื่องหนึ่งที่น้องเคยบอกไว้เมื่อนานมาแล้ว…ได้มั้ย?
ยังจำธรรมะเรื่องตาลปุตตสูตรได้อยู่หรือเปล่า?
ทำออกมาขำๆ ก็คงไม่เป็นไร แต่น้องกลัวว่าจะเป็นอย่างนั้น ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย
คุณอภิศิลป์เองก็พอจะรู้ธรรมะอยู่บ้างพอสมควร
แต่ถึงอย่างไรน้องก็คอยดูความสำเร็จของพี่อยู่เสมอนะ ^_^
—–
น้องเปิดฟังตอนที่พี่เคยพูดถึงเรื่องสักกายทิฏฐิ ฟังซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ
จึงค่อนข้างแน่ใจว่าพี่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่
ขอให้กลับไปอ่านคอมเม้นท์ในตอนที่แล้วด้วยนะ
น้องไม่ได้มีเจตนาจะหักหน้าพี่นะ ไม่เลยแม้แต่น้อย
แต่ต่อไปเวลาจะยกอะไรมาพูดก็ควรจะพิจารณาให้ดีก่อน
เพราะว่าธรรมะนั้นควรจะนำเสนอไปในทางที่ถูกต้อง
และอีกอย่างต้นทุนทางสังคมของพี่ก็เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
"ก่อนพูดเราเป็นนายของคำพูด หลังจากพูด คำพูดเป็นนายของเรา"
ฝากประโยคนี้ไว้ใช้ในอนาคตกับความใฝ่ฝันที่พี่อยากจะเป็น
ยังชื่นชมพี่อยู่เสมอ เพราะพี่คิดจะทำอะไรๆ เพื่อคนอื่น น้องภูมิใจในตัวพี่นะ^_^
MV ขำดีนะครับ ขอแชร์ feeling เกี่ยวทำ aff amazon นะครับ
เดือนแรก ขายได้ usd31(ได้ชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น) เดือนที่ 2 usd20(ระดับ 6%) แบบว่าค่อยเป็นค่อยไป
การทำ aff ต้องอดทน และ อดทน และ ลุยอย่างมีหลักการและสติ ก็จะรู้เยอะหน่อยและเจ็บตัวน้อยหน่อย ผ่านไป 2 เดือนคิดว่าได้สินค้าทำเงินได้ 1 ตัว เดือนต่้อไป กะว่าจะได้สินค้าทำกำไรเพิ่ม เป็น 2 ตัว ต่อไป ก้ 4 ตัว…..แล้วลองบวกตั้งแต่เดือนที่ได้ 1 ตัวดูสิครับ คุณคิดว่าจะได้กำไรเดือนละ $10,000 หรือไม่ แต่ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ถ้าหากผมยังอดทนกับการหาสินค้ามาขายตลอดแบบไม่หยุดและทำสมำ่เสมอ ถึงแม้จะถึงเป้าหมายช้าซะหน่อย แต่ก็คิดว่าต้องถึงอย่างแน่นอน
อย่างนี้แล้วขอ comment จากเพื่อนๆ ด้วยครับ
@Joyc
ขอบคุณน้องจอยมากครับที่คอยติชมพี่เสมอมา ขอรับคำแนะนำไว้ปรับปรุงตัวครับ
ว่าแต่ผมสงสัยอย่างนึง
ทำไมต้องเอา amazon ไปอยู่ในหนังสือ 18+ ด้วยครับ 5555
ขำ ๆ ครับ ขำ ๆ
บอกได้คำเดียวครับว่า "สุดยอด ด ด ด ด ด"
นอกจากจะเก่งด้าน Affiliate แล้ว
ยังหล่อเป็นพระเอกได้เลยนะเนี่ย อิอิ อันนี้ชมจริง
ทำให้ผมรู้ว่า คนเรา ถ้าตั้งใจทำอะไร
ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง
ขอบคุณสำหรับแนวคิดดี ๆ ที่คุณเผ่า
แบ่งปันกับทุกคน จากใจจริงครับ
555 ดูครั้งแรกถึงกับอึ้ง ชอบซาวน์นะครับเข้าท่าดี
รับฟังก็ดีแล้ว…
อีกเรื่องหนึ่ง ที่น้องไม่เข้าใจก็คือ ทำไมต้องตั้งราคาค่าสมัคร(อะไรซักอย่าง จำไม่ค่อยได้แล้ว)ให้สูงกว่าความเป็นจริงมากเพื่อป้องกันคนนอกมาสมัคร
อาจจะได้ผลกับผู้ที่มีเงินไม่มากนัก แต่กับคนอีกกลุ่มหนึ่งก็คงจะไม่มีผลอะไร
มันดูไม่ค่อยจริงใจไงก็ไม่รู้ แล้วพี่ก็ต้องมายุ่งยากในการคืนเงินให้กับคนเหล่านั้นในภายหลัง
คนเหล่านั้นเค้าจะรู้สึกอย่างไร? บอกตรงๆ เสียตั้งแต่ทีแรกไม่ดีกว่าหรือ?
พี่สอนเองไม่ใช่หรือ ว่าให้ทำโฆษณาอย่าตรงไปตรงมา ไม่หลอกลวงลูกค้า
แล้วตัวพี่เองเล่า?
@joyc
มันมีปัญหาเกี่ยวกับด้านเทคนิคครับ ที่ไม่สามารถปิดไปได้เลย ต้องตั้งเปิดเอาไว้ ซึ่งก็เลยจำเป็นต้องตั้งให้ราคาสูงไว้ก่อน เพื่อกันคนสมัครใหม่ครับ ยังไงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
สวัสดีครับ
กระผมอยากทราบว่าหนังสือ Amazon Make Me Rich ผลิตกี่เล่มครับผมไปหาซื้อไม่มีเลยเพราะว่ามันหมดขายดีจริงๆ
น่ารักมากมาย ชอบจังค่ะ ^^
Amazon Make Me Rich และ Flixya Make Me Rich สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปนะคะ ยังไงถ้าหากว่าเข้าไปเดินหาแล้วไม่เจอ ลองถามพนักงานขายดูก็ได้ค่ะ ^ ^
มีหลายท่านสอบถามว่า ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้จะมีหนังสือ Amazon กับ Flixya Make Me Rich ขายด้วยหรือเปล่า ก็ขอบอกว่ามีนะคะ สามารถหาซื้อได้ในงานที่ห้อง Plenary Hall ที่บูท e10 ค่ะ ^ ^
ต้องไปหามาแล้วคร๊าบบบบ
ฮาดีครับพี่เผ่า แถมได้แนวคิดดีด้วย
อย่างนั้นหรือ…พี่ตราวุทธิ์ ก็หวังว่าคนอื่นจะเข้าใจพี่นะ
ดูเหมือนเดี๋ยวนี้พี่จะเปลี่ยนไปนะ คิดไม่ถึงว่าเดี๋ยวนี้จะหมั่นเข้ามาตอบคอมเม้นท์บ่อยนัก
เหมือนจะมีอีกหลายเรื่องที่จะติอีก แต่ว่าไว้ก่อนแล้วกัน ดูโอกาสและความเหมาะสมก่อน
หากยังยินดีจะรับฟังอยู่ และหากพี่สามารถแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีศีลมีธรรม
มีคุณสมบัติที่ดีเพียงพอแก่การเป็นนักการเมืองที่ดี เมื่อนั้นน้องจะให้การสนับสนุน
ขออนุญาตสาระแน ขอตอบคุณ Jask
ก็ควรจะเป็นหนังสือแนวนี้ล่ะค่ะ หากต้องการจะประชาสัมพันธ์หนังสืออเมซอน
เพราะว่าหนังสืออเมซอนเล่มนี้สามารถ เป็นใบเบิกทางนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต
เพราะโดยส่วนใหญ่นั้น ผู้ชายมักมีความทะเยอทะยาน มีความอยากที่จะเอาชนะ
อยากมีชื่อเสียง เงินทอง การเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
หรือสิ่งอื่นๆ ที่ทางโลกมองว่าเป็นเครื่องแสดงความสำเร็จในชีวิต
มีสิ่งอื่นๆ ที่ทำให้คนอื่นต้องอิจฉา เช่น มีรถหรูๆ ขับ เพื่อที่จะมีสาวๆ ขึ้นรถได้มากขึ้น
ก็รู้ๆ กันอยู่เป็นธรรมดาของโลก
หนังสือที่กลุ่มผู้ชายส่วนใหญ่จะอ่าน
จึงเป็นสื่อที่เหมาะสมในการประชาสัมพันธ์หนังสืออเมซอน
ดูเหมือนว่าบทสัมภาษณ์คุณตราวุทธิ์ก็มักจะปรากฏอยู่ในหนังสือ
นิตรสารประเภทที่ผู้ชายนิยมอ่านกัน
หรือเหตุผลเป็นอย่างไรรอคุณตราวุทธิ์มาตอบเองก็แล้วกันนะค่ะ
พูดถึงเรื่องความรักนี่ นึกขึ้นได้ มีโอกาสเลยแนะนำเสียเลย
หนังสือ"รักแท้มีจริง" ของคุณดังตฤณ
มีโหลดฟรีทั้งแบบไฟล์หนังสือและแบบไฟล์เสียงอ่านแบบ MP3
ที่ http://dungtrin.com/
หนังสือเล่มนี้ตั้งใจบอกคุณว่า รักแท้ไม่ได้มีอยู่ก่อน และไม่เคยหายไปไหนเลย
มันขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่ใครจะสร้างสำเร็จเท่านั้น และเมื่อสร้างรักได้แล้ว
คุณต้องรู้วิธีรักษาด้วย โดยการเข้าใจกฎธรรมชาติที่สำคัญประการหนึ่งคือ
ถ้าไม่สร้างอนิจจังขาขึ้น คุณจะต้องประสบกับอนิจจังขาลงเป็น "
และยังช่วยให้คุณหลุดพ้นจากคำสาปแห่งกรรมเก่า
รับเอาพรประเสริฐแห่งกรรมใหม่
ด้วยความเข้าใจอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
นับแต่รู้ตามจริงว่ารักแท้คืออะไร
ไปจนถึงการสร้างเสน่ห์
เพื่อดึงดูดคนที่ใช่
ตลอดจนรักษาเขาหรือเธอไว้
เพื่อรอวันจากไปอย่างงดงาม
และเพื่อตามไปพบกันใหม่
ในโลกที่คุณนึกว่าเป็นเพียงความฝัน!
**********************
สำหรับใครที่เป็นทุกข์เพราะความรัก หรือวิธีอยู่เป็นโสดอย่างไรให้มีความสุข
และอีกสารพัดเรื่องความรัก
ขอแนะนำให้ไปที่นี่ค่า..เว็บแสงดาวส่องทาง
http://www.star4life.com/
หวังว่าคงช่วยท่านได้
เป็นเว็บที่เน้นความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความรักโดยตรง
เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่ยังวุ่นอยู่กับรักไปจนถึง
วัยทำงานที่เข้าสู่ช่วงของการใช้ชีวิตคู่แล้ว
ต่ออีกนิดหนึ่ง(จริงๆ ก็ไม่นิด)วันนี้เราจะเรียนธรรมะกัน
"ถูกชมคือธรรมดา ถูกด่าก็ไม่เลว" โดย ท่าน ว.วชิรเมธี
หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าว “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” กันมาบ้างแล้ว
คำกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของจิต
หรืออีกนัยหนึ่งของความคิดได้เป็นอย่างดีว่า
จิตกำหนดวัตถุ หรือกายเป็นไปตามอำนาจของจิต
ผู้รู้ท่านหนึ่งเคยกล่าวถึงความสำคัญของจิต หรือความคิดไว้ว่า
“เธอจงระวังความคิด เพราะความคิดจะกลายเป็นการกระทำ
เธอจงระวังการกระทำ เพราะการกระทำจะกลายเป็นนิสัย
เธอจงระวังนิสัย เพราะนิสัยจะกลายเป็นบุคลิก
เธอจงระวังบุคลิก เพราะบุคลิกจะกำหนดชะตากรรมของเธอ”
ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า เรามีความคิดหรือวิธีคิดอย่างไร
ในทางพุทธศาสนานั้น ท่านให้ความสำคัญกับวิธีคิดเป็นอันมาก
พระนักปราชญ์ท่านหนึ่งได้ประมวลวิธีคิดในพุทธศาสนาไว้ว่ามีมากกว่า ๑๐ วิธี
วิธีคิดอย่างหนึ่ง ซึ่งเราควรนำมาปรับใช้ในชีวิตก็คือ วิธีคิดเชิงบวก
วิธีคิดเชิงบวก หมายถึง การรู้จักเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ
ซึ่งโดยมากมักแสดงตัวให้เราได้สัมผัสในแง่ลบ
แต่พอเราพลิกมุมมองใหม่ เราจะได้อะไรดีๆ จากเรื่องลบๆ เหล่านั้น
เช่น ในชีวิตจริงของผู้เขียนซึ่งทำงานกับคนหมู่มาก
มักจะพบกับคำชมและคำด่าอยู่เสมอ ๆ เมื่อแรกเผชิญกับคำชม ผู้เขียนก็ฟู
ครั้นพบกับคำด่าก็แฟบ แต่เมื่อเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองต่อคำชมและคำด่า
ก็รู้สึกว่า ได้คุณค่าจากคำด่าคำชมเป็นอันมาก
คำชมนั้น สำหรับคนที่ไม่คิดอะไรมาก ดูเหมือนว่า ไม่ลำบากใจเลยที่จะน้อมรับ
แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว คำชมนั่นแหละคืออันตรายยิ่งกว่าคำด่า
เพราะหากเรารู้ไม่ทัน คำชมจะทำให้เราหลงตัวเองและมีโอกาสลืมตัวสูง
ส่วนคำด่า ถ้าพิจารณาไม่ดีก็ทำให้เราเสียศูนย์ได้ง่ายๆ
แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งด้วยวิธีคิดแบบมองโลกในแง่ดี
บางทีคำด่ากลับมีค่ามากกว่าคำชม
คำด่ามีค่ามากอย่างไร ?
(๑) คำด่า คือ กระจกเงาสะท้อนความบกพร่องของงานที่เราทำ
(๒) คำด่า มักแฝงคำแนะนำมาด้วยเสมอ
(๓) คำด่า บอกเราว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้นหากมีคนที่คิด
ไม่เหมือนเราเขามองดูอยู่ เขาเห็นอะไรในสิ่งที่เรามองไม่เห็นบ้าง
(๔) คำด่า คือ กระดาษทรายอย่างดี ที่คอยขัดสีฉวีวรรณให้เรา
มีความกลมกล่อมลงตัวเหมือนพระประธานที่ต้องถูกกระดาษทรายขัดสีฉวีวรรณจนผุดผ่อง
(๕) คำด่า ทำให้เราไม่ประมาทผลีผลามทำอะไรด้วยความเชื่อมั่นมากเกินไป
(๖) คำด่า ทำให้รู้ว่า มีคนรักหรือเกลียดเรามากน้อยแค่ไหน
(๗) คำ ด่า ทำให้รู้ว่า อย่างน้อยก็มีคนสนใจในสิ่งที่เราทำ
หรืออย่างน้อย สิ่งที่เราทำมันกำลังส่งผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
จึงมีคนอุทิศตนมาสนใจและด่าอย่างเป็นงานเป็นการ
(๘) คำด่า จะทำให้เราได้หันกลับมาดูภูมิธรรมของตนเองว่า
เข้มแข็งมากน้อยแค่ไหน เมื่อทุกข์กระทบแล้วธรรมกระเทือน
หรือกิเลสกระเทือน ถ้าธรรมกระเทือนแสดงว่าเราฝึกตนเองมาดี
แต่ถ้ากิเลสกระเทือนแสดงว่า ต้องกลับไปฝึกจิตตัวเองใหม่ให้เข้มแข็งกว่านี้
(๙) คำด่า ทำให้เราได้รู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครหนีโลกธรรม ๘ ได้
(ได้ลาภ เสื่อมลาภ,ได้ยศ เสื่อมยศ,สรรเสริญ นินทา,สุข ทุกข์)
(๑๐) คำ ด่า คือ บทเรียนเรื่องการปล่อยวางตัวกูหรืออัตตาที่ดีที่สุด
เพราะหากเรายังปล่อยวางตัวกูไม่ได้ เราก็จะต้องหาวิธีด่าคืนอยู่ไม่สิ้นสุด
แต่เมื่อเราปล่อยวางตัวกูได้แล้ว คำด่านั่นเองคือบททดสอบที่ดีที่สุด
เพราะคำด่ามีคุณค่ามากกว่าคำชมดังกล่าวมานี้เอง ทุกครั้งที่ถูกด่า
ผู้เขียนก็บอกตัวเองว่า ไม่เลวเหมือนกัน ได้พบอาจารย์ใหญ่ที่เข้มงวดอีกแล้ว
เวลาเจอคำชม ผู้เขียนจะบอกตัวเองว่า ระวังเอาไว้หน่อย
โบราณท่านเตือนว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา”
ถ้าเราไม่หวั่นเกรงต่อคำด่า ไม่เสียท่าต่อคำชม ชีวิตก็สบายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ในทุกวันที่เราต้องทำงานกันตัวเป็นเกลียว เชื่อเหลือเกินว่า เราแต่ละคน
คงจาริกอยู่ท่ามกลางคำด่าและคำชมกันทั้งนั้น หลังอ่านบทความนี้จบแล้ว
ลองเปลี่ยนมุมมองต่อคำชมคำด่าดู แล้วเราจะพบว่า
สิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์อย่างคำด่านั้น จริงๆ แล้ว
แฝงเพชรนิลจินดาแห่งสติปัญญาเอาไว้อย่างแวววาวพราวพรายไม่น้อยเลยทีเดียว
ในบรรดาหลักธรรมสำคัญที่พระพุทธองค์ทรงนำมาสอนนั้น
หลักเรื่อง “โลกธรรม” (ธรรมที่มีอยู่ประจำโลก กล่าวคือ ได้ลาภ เสื่อมลาภ,
ได้ยศ เสื่อมยศ, สรรเสริญ นินทา, สุข ทุกข์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โลกธรรม ๘)
นับว่าเป็นภูมิคุ้มกันชีวิตที่สำคัญมาก
ในโลกนี้ มีคนมากมายเกินคณานับที่เวียนว่ายอยู่ท่ามกลางโลกธรรม ๘
โดยไม่รู้จักธรรมชาติอันแท้จริงของมัน และนั่นเป็นเหตุให้เขาเหล่านั้น
ต้องทุกข์ทรมานกับเรื่องธรรมดาๆ ของชีวิต บางคนปล่อยให้เรื่องธรรมดาๆ
ขั้นพื้นฐานอย่างโลกธรรมเล่นงานชีวิตจนเสียผู้เสียคน ที่หนักกว่านั้นก็ถึงขั้นเสียชีวิตไปเลย
โลกธรรม ประกอบด้วยสองส่วน คือ ส่วนที่น่าชื่นชม และส่วนที่น่าขมขื่น
โลกธรรมสองส่วนนี้ ไม่ว่าเราจะชอบ หรือไม่ชอบ จะรู้หรือไม่รู้
วันหนึ่งเราทุกคนก็ต้องพบกับโลกธรรมทั้งสองส่วนนี้อยู่ดี
สำหรับคนที่เผชิญกับโลกธรรมทั้งสองส่วนด้วยความรู้เท่าทัน
โลกธรรมก็แค่เพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่พอเรารู้ไม่เท่าทันเท่านั้นแหละ
เมื่อโลกธรรมผ่านมาแล้ว มันอาจพัดพาเอาความสุขของเราผ่านไป
หรือที่ร้ายกว่านั้นก็พัดพาเอาชีวิตของเราผ่านไปด้วย
โลกธรรมสองส่วนที่ว่านั้นประกอบด้วย
*น่าชื่นชม น่าขมขื่น
*ได้ลาภ เสื่อมลาภ
*ได้ยศ เสื่อมยศ
*สรรเสริญ นินทา
*สุข ทุกข์
ธรรมชาติอันเป็นธรรมดาที่จะต้องรู้ให้เท่าทันก็คือ โลกธรรมที่กล่าวมานี้ล้วนแล้วแต่
- เกิดขึ้น
- ดำรงอยู่ชั่วคราว
- แตกดับไปในที่สุด
ถ้าเรารู้ทันธรรมชาติของโลกธรรม ๘ ประการนี้ ผลที่จะตามมาก็คือ
เราจะไม่ยึดติดโลกธรรมทั้งสองฝ่ายว่ามันจะต้องสถิตอยู่กับเราตลอดไป
และในทางกลับกันเราก็จะสามารถปล่อยวางโลกธรรมด้านที่เราชื่นชมได้อย่างง่ายดาย
โดยไม่อาลัยอาวรณ์
เคยมีดาราคนหนึ่งเล่าถึงชีวิตของตัวเองไว้ว่า ช่วงที่เขาพบกับโลกธรรมฝ่ายชื่นชมนั้น
เขามีชื่อเสียงสูงสุดถึงขนาดไม่สามารถไปเดินห้างสรรพสินค้าได้อย่างคนทั่วไป
เพราะเขารู้สึกว่า ไม่ว่าจะขยับทำอะไร ล้วนแต่มีคนคอยจับจ้องไปเสียทุกฝีก้าว
กิจกรรมของชีวิตมีสิทธิเป็นข่าวได้ตลอดเวลา สภาพชีวิตเช่นนั้น
ทำให้หัวใจของเขาพองโต แม้ว่าเขาจะขาดอิสรภาพไปบ้างก็ตาม แต่ต่อมา
พอพ้นจากช่วงขาขึ้นแล้ว เขาเล่าว่า แม้เขาจะแต่งหน้า แต่งตัวให้ดูดีเพียงใด
ไปเดินห้างสรรพสินค้า ก็แทบจะหาคนมาทักเขาไม่ได้ และด้วยความที่สำคัญตนว่า
เป็นดารามีชื่อเสียง แม้วันหนึ่งเขาจะกลายมาเป็นคนขัดสน แต่ถึงกระนั้น
เขาก็พยายามนำเสนอตนเองต่อสังคมว่า ยังคงเป็นคนมีฐานะและยังคงพยายาม
ใช้ชีวิตอย่างพระเอกอยู่เหมือนเดิม กว่าจะยอมรับได้ว่า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เขาต้องใช้เวลาเยียวยาตัวเองอยู่หลายปี
เรื่องที่เล่ามานี้ คือ ภาพสะท้อนของคนที่ไม่รู้จักโลกธรรม เมื่อดังมากๆ
ก็อยากจะสัมปทานความดังนั้นไว้ให้เป็นสมบัติของตนเองไปตลอด
โดยหารู้ไม่ว่าสรรพสิ่งล้วนมีเกิด มีดับเป็นธรรมดา ชื่อเสียงมาได้ วันหนึ่งก็ไปได้
พอไม่เข้าใจโลกธรรม เรื่องแสนธรรมดา จึงเล่นงานเอาทำให้เขาทุกข์ปางตาย
แต่ครั้นผ่านวันเวลามาพอสมควรแล้ว เขาจึงเกิดการเรียนรู้ว่า หากไม่ยอมรับความจริง
คงอดตายแน่ ในที่สุด เขาก็ยอมรับด้วยความจำนนต่อสัจธรรมว่า
วันเวลาของตนเองในโลกมายาได้จบลงแล้ว และนั่นทำให้เขาต้องเตือนตนเองว่า
เขาควรจะกลับมาเป็นคนธรรมดาได้แล้ว ครั้นเกิดการยอมรับว่า
ตนก็เป็นคนธรรมดาได้เหมือนกัน ความสุขที่หายไป ก็ผลิบานขึ้นมาใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ
แท้จริง ความสุขในชีวิตของเขาไม่เคยหายไปไหนเลย
มันยังคงซ่อนอยู่เบื้องหลังทัศนคติที่ผิดของเขานั่นเอง
ทันทีที่ปรับใจให้หันมาเห็นถูกตามธรรมชาติอันเป็นธรรมดาของโลกธรรมได้
ความสุขก็เผยตัวตนออกมา
โลกธรรมนั้น ถ้าเรารู้เท่าทันแล้ว ก็ไม่มีอิทธิพลอะไรมากมายนัก
หรืออาจไม่มีผลอะไรเลยก็ได้ต่อชีวิต หากโลกธรรมฝ่ายชื่นชมและขมขื่นเกิดขึ้น
เราก็เพียงแต่รับรู้ สัมผัส แล้วก็ปล่อยมันไป แค่เพียงรู้เท่าทันไม่ว่าโลกธรรมนั้นจะมา
ในลักษณะไหน ด้วยความเข้มข้น หนักหนาสาหัสเพียงใด เราก็จะผ่านมันไปได้อย่างมีความสุข
———–
ในโลกของเราทุกวันนี้ ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่มีความคิดอย่างผิดๆ
ว่า โลก (ชีวิต) ไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับธรรม (ในความหมายอย่างแคบ คือ
หลักธรรมคำสั่งสอนของศาสดาแต่ละศาสนา)
ธรรมะควรเป็นเรื่องของพระและผู้สละตนเข้าสู่เพศพรหมจรรย์อย่างแม่ชีเท่านั้น
ส่วนชาวโลกควรกิน ดื่ม สืบพันธุ์ ดำเนินชีวิตไปโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
คนที่คิดอย่างนี้ คือ คนที่แยก โลก กะ ธรรม ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่า
คนประเภทนี้ มักไม่ค่อยมีภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต เพราะเมื่อเขาไม่สนใจธรรมะ
เขาจึงไม่ต่างอะไรกับคนตาบอด ที่ไม่รู้ว่า หลุมบ่อ หรือขวากหนามแห่งชีวิตอยู่ตรงไหน
เมื่อไม่รู้จักธรรมะ พอถูกโลกธรรมทั้งแปดกระทบเข้าจึงทุกข์หนักหนาสาหัส
คนที่ไม่รู้จักโลกธรรมแปดเพราะมีความคิดว่า “โลก” กะ “ธรรม”
ไม่เกี่ยวข้องกัน จึงมักถูก “โลกกระทำ” ให้เจ็บช้ำน้ำใจครั้งแล้วครั้งเล่า
พอได้ลาภ ก็หลงระเริงฟูฟ่อง แทบมองไม่เห็นหัวคน
พอเสื่อมลาภ ก็เศร้าสลดจนแทบจะทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ไหว
แต่สำหรับผู้รู้เท่าทันโลกธรรมแล้ว เขาย่อมมองเห็นอย่างชัดเจนด้วยปัญญาว่า
โลก กะ ธรรม นั้น ไม่อาจแยกจากกันได้ ในโลก (ชีวิต) ต้องมีธรรม
และในธรรมก็ต้องมีโลก (คือ ธรรมะต้องนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิต)
เมื่อตระหนักรู้ด้วยความเข้าใจว่า โลกกะธรรมต้องไปด้วยกัน
และรู้ต่อไปว่าในโลกนั้นมีธรรมประจำโลกอยู่เป็นธรรมดา
วันหนึ่งเมื่อถูกโลกธรรมกระทบ คนเช่นนี้ จึงไม่ถูกโลกกระทำให้ช้ำใจ
โลกกะธรรม โลกธรรม และโลกกระทำ
คือ สัจธรรมที่เราทุกคนต้องเปิดตาเปิดใจเรียนรู้เอาไว้ให้เท่าทัน
เพราะมีแต่การรู้เท่าทันเท่านั้น ที่จะทำให้เราอยู่ท่ามกลางโลกที่เต็มไป
ด้วยความทุกข์อย่างมีความสุข
บทความโดยท่าน ว.วชิรเมธี
************************
ทำไมคอมเม้นท์แต่ละครั้งนั้นถึงได้ยาวนักก็ไม่รู้
คอมเม้นท์กันแบบไม่เกรงอกเกรงใจกันไปเลย
ตอนแรกว่าจะเขียนตอบนิดเดียว ไปๆ มาๆ เพลินเลย
เกรงว่าจะ Error อีก เลยต้องแบ่งเป็นตอนๆ
ขอบคุณที่อ่านจนจบ^_^ คนคอมเม้นท์ก็มือหงิกไปเหมือนกัน
ป้าชอบวิดีโอนะคะ ทำประชาสัมพันธ์ได้ดีทีเดียว คุณตราวุทธิ์กำลังจะบอกว่าอีกช่องทางหนึ่งคือการใช้ word of mount ใช่ไหมค่ะ เลยทำวิดีโอซะตลกเลยค่ะ น่ารักดี
น้อง joyc ค่ะ พี่ว่าน้องเข้าใจอะไรอะไรผิดหลายอย่างนะคะ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์การทำวิดีโอครั้งนี้ พี่ไม่ได้อ่านหรอกค่ะว่าน้องเขียนอะไร (ไม่เคยอ่านด้วย) จะบอกน้องว่า ถ้าน้องว่าถ้าน้องเข้าใจโลกของธรรมมะ ก็ควรเข้าใจโลกของความเป็นจริงด้วย และที่สำคัญโปรดเข้าใจคำว่า "กาลเทศะ" ด้วยค่ะ
ป้าพร
@Jask
ถ้าไม่เอาไปใส่ เดี๋ยวนางเอกจะไม่เข้าใจผิดเอาครับ ^_^
ทางทีมงานที่ทำ เค้าสร้างเรื่องมาอย่างนั้นครับ
แต่จริงๆแล้ว นั่นเป็น Magazine ธรรมดานี่แหละครับ เผอิญ
โฆษณาไปอยู่แถวหน้านั้นพอดีเองครับ
คราวหน้าเบสขอแสดงด้วยนะครับ (ฮา~~~)
แบบว่าก็อยากลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำเหมือนกัน
นอกจากแบ่งเวลาเรื่องต่างๆ อย่าลืมเวลาพักผ่อนของตัวเราเองนะครับ
อย่างผมไม่กี่วันนี้เองใช้สมองมากไป เครื่องน็อค ต้องหยุดใช้สมองไปหลายวันคือถ้าใช้สมองใช้ความคิดเมื่อไหร่ ปวดหัวตุ๊บๆ
สาเหตุไม่มีอะไรมาก แค่ช่วงนี้ผมโหมทำนู่นทำนี้ เยอะแยะ ซึ่งใช้ความคิดเยอะมาก แล้วมีวันหนึ่งนอนไม่เต็มอิ่มออกไปซื้อของเข้าบ้าน กลับมา…น็อค
(โดยปกติผมจะนอนพอทุกวันครับ)
เลยขอฝากไว้นะครับ ให้เวลาครอบครัว เวลาใครๆแล้ว และอย่าลืมเวลาพักผ่อนของเรา
ยิ่งช่วงที่ผ่านมาผมเห็นป่วยกันเยอะมากด้วยนะครับ
โชคดีครับ
เรียนคุณ รัตนาพรและท่านอื่นๆ
ดิฉันก็ชอบวิดีโอนี่นะค่ะ ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีในการประชาสัมพันธ์หนังสือ
แต่เรื่องอื่นๆ ที่ยกมาเขียนนั้น ในส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวกับวีดีโอนี้นั้น เป็นเรื่องที่ติดค้างมานาน
ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องการพูดกับคุณตราวุทธิ์โดยตรง
และเป็นเรื่องได้พูดค้างไว้กับคุณตราวุทธิ์ในอดีต
ซึ่งหากจะคุยกับคุณตราวุทธิ์ ก็คงจะต้องพูดคุยผ่านทางที่แห่งนี้
เพราะว่าดิฉันไม่ได้เห็นคุณตราวุทธิ์ตัวเป็นๆ มานานมากแล้ว
ฉะนั้นขอท่านอย่าได้แปลกใจว่าทำไม ถึงได้คอมเม้นท์ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับวีดีโอนี้
ทุกๆ คอมเม้นท์ที่ได้เคยคอมเม้นท์ไว้ในที่แห่งนี้นั่น จากในอดีตถึงวันนี้นั้น
มีความหมาย ซึ่งแม้ว่าท่านอื่นๆ จะมาอ่านแล้วอาจจะไม่เข้าใจ
เพราะข้อความโดยส่วนใหญ่มักเขียนถึงคุณตราวุทธิ์โดยตรง
คุณตราวุทธิ์ เป็นคนฉลาด เค้ารู้ว่าดิฉันกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่
อย่างเช่นที่ยกธรรมะเรื่อง "ถูกชมคือธรรมดา ถูกด่าก็ไม่เลว"
เพราะต้องการจะสื่อว่า ในอดีตนั้นตัวเองได้เคยด่าคุณตราวุทธิ์ไว้
และใจจริงคือไม่อยากให้คุณตราวุทธิ์โกรธและคิดมากนั่นเอง
และเรื่องอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน มันมีความหมายแฝงเอาไว้..
ดิฉันก็ยังเชื่ออีกเหลือเกินว่าคุณตราวุทธิ์สามารถเข้าใจได้
ว่าทำไมดิฉันถึงต้องพูดแบบนี้ ทำไมถึงต้องยกเรื่องนี้มา
จริงๆ แล้วดิฉันต้องการจะสื่อสารอะไรกันแน่
ขอแสดงความนับถือ
joyc
กรรมตอบสนองแล้วตู ด่าพี่ตราวุทธิ์ไว้มาก เลยต้องถูกด่ากลับบ้าง ^_^
หนังสือคุณตราวุฒิ จะขายออกไหมครับเนี่ย
amazon จะไม่จ่ายค่า คอมให้ สำหรับคนที่ ใช้ ppc ส่งตรงมายัง amazon.com amazon.com enless.com จบกันครับ amazon.com
ชอบมากกๆเรยคับพี่ตราวุฒิ กินใจมากๆคับ
พี่คับถ้าถ้าป่มจะซื้อดีวีดีของพี่ ควรซื้อตัวไหนดีคับเพราะป่มอยากเก่งแบบพี่บ้าง
ราคาเท่าไร่ไม่ยั้งคับ ป่มอายุ 16 คับ
รบกวนพี่แนะนำด้วยนะคับ ติดตามพี่มานานกว่า 3 ปีแร้วตั้งแต่อยู่
ม.2 ป่มอยากรู้เรื่องคอมอ่านหนังสือในห้องสมุดโซนคอมพิวเตอร์หมดทุกเล่ม
จนมาเจอสมุดของพี่ เกิดสนใจอย่างมากแต่ตอนนั้นยังเด็กแหละป่มก็ไม่มีเงินเป็นทุนคับ
แต่ตอนนี้ก็มีงานพิเศษนิดๆหน่อยๆได้เดือนละประมาณ 3000 กว่าบาท
ป่มจะเก็บตังมาซื้อแต่ไม่รู้ว่าจะซื้ออันไหนดี
(อยากได้เรื่องที่สุดยอดจริงๆคับ)
จะได้มีคู่แข่งน้อยลงคับป่ม
ตอบกับที่เมล์ด้วยนะคับพี่เผ่า
ฝันดีคับป่ม
เข้ากับชีวิตผมพอดีเลยครับ
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยว จะ forword ให้แฟน ดูสักหน่อย… น่ารักดี
ไม่ค่อยได้เข้ามาเยี่ยมเว็บเลยครับ แต่เปิดมาเจอคลิปนี้เข้าไป
ต้องมาเม้นให้เพื่อนอย่างเร่งด่วนเลยทีเดียวครับ… ผมก็ยังสู้
ถึงแม้มันจะนานกว่าที่หลายคนเค้าทำกัน
ดูเเล้วครับ สุดยอดจริงๆ เปลี่ยนอาชีพใหม่ได้เลยครับ 55555
@วีระชัย
ขอบคุณมากครับ
@pook
ขอบคุณมากครับ วันหลังเข้ามาเยี่ยมกันบ่อยๆนะครับ ^_^
เยี่ยมครับ ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
MV น่ารักดีครับ เริ่มสนใจธุรกิจนี้แล้วสิครับ
น่ารักมากๆ ครับ เป็นพระเอกได้เลยนะเนี่ย
อ่านหัวข้อ แล้วโดนใจมาก
เลยรีบเข้ามาดูวิดีโอ
อยากได้ 10,000$ ภายใน 20 วันนี้ น่ะคุณตราวุฒิ
ว่าแล้ว ต้องโฆษณาหนังสือ ตอนแรกก็เดา หลังๆ เห็น ป้าย รู้แระ
ไอที่แปะๆอะ ได้มาหมดแล้วไม่ใช่หรอ
ทำได้นะ จ.เผ่า
แต่งหนังสือเอง เขียนเอง แถมมาแสดงโฆษณาเองอีก
เก่งจริงๆเลยครับ
@dreamer
ต้องคิดเยอะๆเลยครับ ถ้าอย่างนั้น
@เพชร
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่ส่งข้อความดีๆมาให้ตลอด ช่วยได้เยอะเลยค่ะอยากจะขอบคุณมานานแล้ว วิดีโอน่ารักดีนะคะ ดูเผินๆนึกว่าพี่เคนมาเอง คิคิ…
พี่นี่จะฮาเกินไปแล้วนะ 555
Free download วิธีนำคนเข้าเว็บเยอะ ๆ ตัวอย่างเทคนิคต่าง ๆ
http://www.unstoppablelistbuilding.com/cmd.php?af=1029231
รีบ ๆ download ได้ ถึงวันที่ 7 สิงหาคม 52 นี้เท่านั้น
@dreamer
เป็นขั้นเป็นตอนไปดีกว่าครับ ทำให้สนุก จะได้ไม่เครียด
โลภมาก ลาภหาย ไม่โลภ ลาภยิ่งมา ครับ
ดีมากๆเลยครับ แต่ขั้นตอนทำโฆษณาผมไม่เข้าใจครับ
@choochartkamduang
ลองอ่านหนังสือแล้วทำตามดูนะครับ ไม่ยากครับ
very cute and genius ka
@Ja
thank you krub
นี่คือแฟนตัวจริงใช่มั้ยคะ น่ารักดี
สุดยอดครับ ผมว่าเป็น ดาราจริงๆแล้วจะรุ่งกว่า นะครับคุณ ตราวุธิ์
เป็นครั้งแรกที่มาตอบ
เวอร์มาก อ่านบทความคุณตราวุธิ์มาก็นาน
ก้พึ่งระลึกได้ว่า สมควรลงมือทำซะที
มาเพลานี้ดูวิดีโอแล้ว ขอบอกเลยว่า
Oh….จอร์จ มันยอดมาก ทำไปได้ (ชมนะครับ)
ซักวันผมอาจจะมีวิดิโอแบบนี้บ้าง
จาติดตามผลงานต่อไปครับ
สุดยอดครับ คุณตราวุทธิ์ฯ
เป็นการช่วยสร้างกำลังใจให้คนที่มีความฝัน
ฝันให้ไกล…แล้วไปให้ถึงครับ