May 7, 2007
Know Your Matrices
| สวัสดีครับวันนี้ผมก็มีเรื่องที่สำคัญมาบอกกับคุณครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นหลักการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จที่จริงๆแล้วก็ทำได้ไม่ยาก แต่ว่าหลายๆคนได้มองข้ามไป นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ หลายๆคนยังไม่ประสบผลสำเร็จในการทำธุรกิจตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ครับ
นอกจากนั้น แม้ว่าบางคนจะประสบความสำเร็จในระดับนึงแล้วก็ตาม แต่ว่าถ้าหากไม่ได้นำหลักการข้อนี้ไปใช้ ความสำเร็จที่ได้มาก็อาจจะไม่ยั่งยืน และไม่มีทางขยายต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆได้ครับ ซึ่งนั่นก็เป็นตัวแบ่งแยกระหว่าง ธุรกิจธรรมดาๆ กับ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน นั่นเอง สิ่งที่สำคัญสิ่งนั้นก็คือ "การวัดผลของการทำธุรกิจ" ครับ ถ้าหากว่าเราไม่สามารถวัดผลใดๆในธุรกิจเราได้เลย เท่ากับว่า เราไม่สามารถเพิ่มกำไร และ ลดการขาดทุน หรือ ทำการพัฒนาธุรกิจของเราให้ดียิ่งๆขึ้นไปได้เลย สุดท้าย เราก็จะถูกคู่แข่งมากหน้าหลายตาแซงไปเรื่อยๆครับ การทำธุรกิจ GoogleRich ก็เช่นเดียวกันกับการทำธุรกิจอื่นๆ ถ้าหากเราสามารถวัดผลการทำโฆษณาของเราได้ดีเท่าไหร่ เราก็สามารถทำกำไรกลับมาได้มากขึ้นเท่านั้นครับ โดยส่วนตัว ผมคิดว่า เรื่องนี้สำคัญมากๆๆๆๆ เลยครับ ยิ่งในปัจจุบันที่การแข่งขันทำโฆษณาบน Google สูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากเราสามารถวัดผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้มากขึ้นเท่าไหร่ เท่ากับเราอยู่เหนือคู่แข่งมากขึ้นเท่านั้นครับ คุณสามารถอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการวัดผล (Know Your Matrices) ได้ที่ด้านล่างนะครับ และผมหวังว่าถ้าหากคุณยังไม่ได้เริ่มวัดผลการโฆษณาเลย เมื่ออ่านบทความจบแล้ว คุณจะเริ่มทำการเก็บข้อมูลและวัดผลโฆษณาของคุณนะครับ และแน่นอน เมื่อวัดผลแล้ว อย่าลืมนำผลลัพธ์ที่ได้ ไปทำการพัฒนาการโฆษณาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ เพื่อผลกำไรที่จะได้กลับมามากขึ้นเสมอๆครับ
แด่การวัดผล และ ความสำเร็จของคุณครับ
ตราวุทธิ์ ป.ล. สำหรับใครที่ต้องการเข้าอบรม Amazon Advanced Course ในขณะนี้เหลือจำนวนที่นั่งอีกเพียง 14 ท่านเท่านั้นนะครับ เข้าไปสมัครได้ที่ => http://www.googlerich.net/seminar/amazonadvanced/
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=- โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ สิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ GoogleRich และธุรกิจใดๆ ที่หลายๆคนมองข้ามไปก็คือ “การรับรู้ข้อมูล และทำการตรวจสอบสถิติต่างๆเป็นประจำอยู่เสมอๆ ครับ” คำพูดหนึ่งที่ผมจำได้ติดใจเสมอตั้งแต่ผมเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆก็คือ “You can only improve what you can measure” หรือ “เราสามารถพัฒนาประสิทธิภาพของสิ่งที่เราทำการวัดค่าได้เท่านั้น” ถ้าหากเราทำธุรกิจไปโดยที่ไม่เคยรับรู้สถิติ ไม่มีการวิเคราะห์ค่าสถิติใดๆเลย เท่ากับว่า เราไม่มีทางเรียนรู้จากธุรกิจ และไม่มีทางจะทำให้ธุรกิจของเราดีขึ้นได้เลย เพราะเราจะไม่เคยรู้สาเหตุเลยว่า ทำไมวันนี้เราจึงทำกำไรได้ดี และทำไมอีกวันหนึ่ง จึงไม่สามารถทำกำไรได้เลย คิดเอาง่ายๆครับ ถ้าเกิดเรามีโฆษณาที่ทำกำไรให้เราอยู่ทุกๆวัน และเราไม่เคยสนใจค่าสถิติใดๆเลย มาวันหนึ่งโฆษณาตัวนี้เกิดไม่ทำกำไรให้กับเรา เราก็จะไม่รู้เลยว่าสาเหตุเกิดจากอะไร (หรือกว่าจะรู้ได้ก็สายไปเสียแล้ว) สิ่งที่เราจะทำกันก็คือ อธิษฐานและหวังว่า โฆษณาของเราจะกลับมาทำกำไรได้นั่นเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีทางของการทำธุรกิจที่ดีสักเท่าไหร่ เหมือนกับสูตรสำเร็จของการล้มเหลวในการเล่นหุ้นที่ว่า Buy, Hold and Pray (ซื้อหุ้น เก็บหุ้นไว้ แล้วอธิษฐานขอให้หุ้นขึ้น) ที่ทำให้คนหมดตัวกันมาแล้วหลายต่อหลายคน ดังนั้น ถ้าหากเราต้องการทำธุรกิจใดๆก็ตามให้ประสบความสำเร็จอย่างจริงจัง ให้เราใส่ใจกับตัวเลขและค่าสถิติต่างๆให้มากๆ เหมือนเช่นที่ เพื่อนๆก็คงทราบกันดีว่า หน้าที่ของผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็คือ การนั่งดู และวิเคราะห์ตัวเลข ที่ถูกส่งขึ้นมาให้ ทุกๆวันนั่นเอง ยิ่งเราสามารถทำการเก็บและวิเคราะห์สถิติต่างๆได้ดีเท่าไหร่ เราก็มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นเท่านั้น อย่างการทำธุรกิจ GoogleRich ค่าสถิติเบื้องต้นที่ เราควรจะต้องรับรู้กันทุกวันก็คือ รายได้ (จากการขายสินค้า) และรายจ่าย (จากการโฆษณา) ซึ่งเมื่อนำมาหักลบกันแล้ว ก็จะเป็นกำไรและขาดทุนในแต่ละวัน ถ้าหากใครที่ไม่เคยรับรู้ตัวเลขตรงนี้ (ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะมี) ก็เท่ากับว่า ไม่เคยรู้เลยว่าได้กำไรและขาดทุนในแต่ละวันเท่าไหร่ ซึ่งก็เท่ากับว่า ไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจไปทำไม ถ้าหากเราสามารถเก็บได้เพียงสถิติรายรับ รายจ่าย ในแต่ละวัน ในแต่ละเวลา ของแต่ละสินค้า แล้วนำมาวิเคราะห์ให้ดี ก็สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลตรงนี้ นำมาพัฒนาธุรกิจของเราได้มากมายแล้ว เช่น 1. ถ้าเรารู้ว่า วันไหน เวลาไหน ที่เราขายสินค้าได้มากเป็นพิเศษ ก็อาจจะลองทำการโฆษณาให้หนักขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ (เพิ่มค่า bid) เพื่อวัดผลว่า จะทำกำไรได้มากขึ้นหรือไม่ 2. ถ้าเรารู้ว่า วันไหน เวลาไหน ที่เราจ่ายค่าโฆษณามากเป็นพิเศษ เราก็อาจจะไปดูว่า ช่วงเวลานั้น เราขายสินค้าได้มากตามไปด้วยหรือเปล่า ถ้าหากว่า ขายไม่ได้เลย หรือ ขายได้น้อย ไม่คุ้มกับค่าโฆษณา เราก็อาจจะลองจ่ายค่าโฆษณาในช่วงเวลานั้นให้น้อยลง หรือเลิกทำการโฆษณาในช่วงเวลานั้นไปเลยก็ได้ (ไม่มีเหตุผลที่เราจะแสดงโฆษณาของเรา ในช่วงเวลาที่ไม่ได้กำไร ถูกต้องไหมครับ) 3. ถ้าเราเห็นว่า ช่วงเวลาไหน ที่เราจ่ายค่าโฆษณาน้อยกว่าช่วงเวลาอื่นๆ เราก็อาจจะลองปรับให้ค่า bid ในช่วงเวลานั้นสูงขึ้นอีกสักเล็กน้อย เพื่อดูว่าถ้าหากจ่ายค่าโฆษณามากขึ้น (ตำแหน่งโฆษณาดีขึ้น) เราจะทำกำไรได้มากขึ้น หรือ น้อยลงอย่างไร 4. ถ้าเรารู้ว่า สินค้าตัวไหน ที่ขายได้บ้าง ขายไม่ได้บ้าง หรือ ทำกำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง สลับกันไปในแต่ละวัน เราก็อาจจะลองทำการเปลี่ยนสินค้า โดยทดลองนำสินค้าชนิดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันของเว็บไซต์อื่นๆ มาลองทำการโฆษณาแทน เพื่อดูว่า จะสามารถขายได้ทุกคน หรือ ทำกำไรให้เราทุกวันได้หรือไม่ 5. ถ้าเรารู้ว่า เราสามารถทำกำไรได้จากสินค้าหมวดหมู่ไหนเป็นพิเศษ เราก็อาจใช้เวลาหาสินค้าในหมวดหมู่เดียวกัน (แต่เป็นสินค้าคนละตัวกัน) ที่มี Affiliate Program มาลองทำโฆษณาดู เพราะบางครั้งเราอาจจะมีพรสวรรค์หรือความชำนาญในสินค้าหมวดหมู่นั้นเป็นพิเศษก็ได้ เช่น ถ้าหากเราทำโฆษาสินค้าประเภท Software ได้ดีเป็นพิเศษ (มากกว่าประเภท Hardware) เราก็ควรจะหาสินค้าประเภท Software อื่นๆมาทำการโฆษณาต่อไป (แทนที่จะหาสินค้าประเภท Hardware มาทำโฆษณา) นั่นเอง เห็นไหมครับว่า เพียงแค่เรารับรู้ และวิเคราะห์จากสถิติเพียงแต่รายรับและรายจ่าย ของแต่ละสินค้า เราก็สามารถค้นหาวิธีที่จะมาทำการปรับปรุงธุรกิจ GoogleRich ของเรา ให้สามารถทำกำไรให้มากขึ้นได้เรื่อยๆแล้วครับ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้น ก็มีอีกหลายวิธีที่จะนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลตรงนี้ แล้วนำไปพัฒนาธุรกิจได้ครับ สิ่งที่สำคัญก็คือ การพยายามหาวิธี ที่จะปรับปรุงและพัฒนาให้ธุรกิจของเรา สามารถทำกำไรได้มากขึ้นทุกวันๆ แล้วก็ลองนำความคิดที่ได้ ไปปรับใช้ดู หลายๆครั้งอาจจะไม่ได้ผล แต่ว่าหลายๆครั้งก็ใช้ได้ผล ซึ่งนั่นก็จะทำให้เราได้เรียนรู้ไปอีกว่า วิธีไหนที่ใช้แล้วได้ผล เราก็นำไปใช้ได้กับโฆษณาอื่นๆในครั้งต่อไป นอกจากรายรับ รายจ่าย ซึ่งเป็นสถิติพื้นฐานในการทำธุรกิจ GoogleRich แล้ว ก็ยังมีค่าต่างๆ ที่เราควรจะต้องรับรู้และทำการวิเคราะห์ เพื่อให้เราสามารถทำกำไรจากธุรกิจ GoogleRich ให้ได้มากที่สุด อีกหลายต่อหลายค่าด้วยกัน เช่น Impression, Clicks, CPC, CTR, Conversion Rate, Cost Per Conversion เป็นต้น การเก็บและวิเคราะห์ค่าสถิติอยู่เสมอนี้ จะทำให้เราอยู่เหนือกว่าคู่แข่งทั่วไปๆมาก เพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า ถ้าเรารู้ค่าสถิติ เราสามารถปรับปรุงโฆษณาให้ทำกำไรมากขึ้นได้อยู่เสมอ ในขณะที่คู่แข่งของเราไม่สามารถทำได้ และสุดท้ายก็ต้องขาดทุนและหายไปจากธุรกิจนั่นเอง ผมก็ขอให้เพื่อนๆลองทำการเก็บสถิติต่างๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ หาวิธีที่จะปรับปรุงโฆษณาและธุรกิจ GoogleRich ของเราให้สามารถทำกำไรกลับมาได้มากขึ้นอยู่เสมอครับ ซึ่งนั่นจะทำให้เราประสบความสำเร็จกับธุรกิจ GoogleRich ในระยะยาวครับ –
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
< ———- จบบทความ ———->
** สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ทุกท่าน ** ท่านสามารถนำบทความนี้ไปแสดงบนเว็บไซต์ของท่านได้ โดยขอให้แสดงบทความทั้งบทความ ตั้งแต่ชื่อบทความ จนถึงจุด "จบบทความ" โดยไม่มีการแก้ไขลิ๊งค์และส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความ ขอบคุณครับ สำหรับ Affiliate ท่านสามารถทำการเปลี่ยน Affiliate Link ที่ Resource box ให้เป็น Affiliate Link ของท่าน ก่อนนำบทความไปแสดงได้ตลอดเวลาครับ
|






Comments on Know Your Matrices »
สวัสดีครับ คุณตราวุทธิ์ ผมยังไม่มีบัตรเครดิตเลยครับ ผมอยากรบกวนถามว่าระหว่าง บัตร A - Plus กับบัตร e web card บัตรไหนจะดีกว่ากันและปลอดภัยมากที่สุดครับ เพราะผมก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ อีกทั้งผมยังเป็นนักศึกษาอยู่ด้วยครับก็เลยไม่กล้าตัดสินใจครับ อีกเรื่อง ก็คือ ถ้าทำแล้ว เราจะได้รับเงินยังไงครับ บริษัทจะส่งเช็คให้ตอนไหน และตั้งเป้าไว้มั้ยครับ ยังไงผมขอรบกวนช่วยเมลล์มาบอกผมด้วยนะครับ ปล.เด็กมือใหม่ครับ แต่สนใจมากๆครับ
สวัสดีครับ คุณตราวุทธิ์ ผมเพิ่งจะเริมกลับมาหัดศึกษาธุรกิจ google-rich หลังจากที่ซื้อหนังสือของคุณมาอ่านแล้ว1ปี (รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เริ่มทำตั้งแต่ต้น ด้วยอคติที่ว่าเคยทำมาแล้วไม่ประสบความสำเร็จ)
ตอนนี้ผมจะศึกษาทุกๆอย่างที่คุณตราวุทธิ์ เขียนลงในสือต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ผมเริ่มทำธุรกิจได้อย่างมั่นคงและแน่นอน
ผมมีคำถามอยากจะถามนิดหน่อยครับคือว่า เวปของ overture ที่ใช้สำหรับดูราคาbid ของ keywords นั้นปิดไปแล้วหรือครับ เข้าไปตามลิ้งค์ที่คุณเคยลงไว้ตอนนี้มันเข้าไม่ได้
ผมอยากทราบเวปราคาประมูลของ keywords ไม่ทราบต้องเข้าไปใช้เวปอะไรดีครับ
ขอบคุณครับที่แนะนำสิ่งดีๆให้คนไทยครับ ผมต้องทำได้ครับ สู้ๆ
สวัสดีค่ะ
อยากเข้าคอร์สสัมมนา Amazon advance course ค่ะ
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ได้สั่งซื้อชุด DVD ไป และพบว่าคอร์สAmazon ยังมีที่เหลืออีก14ที่
วันนี้วันที่ 9พ.ค. เข้ามาเช็คดูอีกรอบ ปรากฎว่าเต็มไปแล้ว T_T
ขอความกรุณาคุณตราวุทธิ์ ช่วยเพิ่มเข้าไปอีก1 ที่ได้มั๊ยคะ ต้องการเรียนรู้จากการสัมมนามากเลยค่ะ
ช่วยพิจารณาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ถึงพี่ตราวุทธิ์ที่แสนดี
ช่วงนี้คงจะยุ่งมากเลยละซิ ฝนก็ตกบ่อยๆด้วย ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะ สู้เพื่อชาติเอาเงินดอลลาร์ิู้ เข้าประเทศเยอะๆๆ 5555