December 30, 2006
Last Thing To Do in 2006
|
สวัสดีครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ หวังว่าเพื่อนๆทุกคนคงสบายดีนะครับ ช่วงนี้อากาศก็เริ่มหนาวขึ้นมาอีกแล้ว ซึ่งก็เป็นสัญญาณให้เราได้ทราบกันว่า จะถึงปีใหม่เข้าไปทุกทีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ทุกคนได้ทำในช่วงสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้าก็คือ การตั้งเป้าหมาย และเขียนสิ่งที่เพื่อนๆอยากทำในปีหน้าเอาไว้ครับ Brian Tracy ซึ่งเป็นโค้ชด้านการพัฒนาศักยภาพชื่อดังของโลก กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เค้ามักจะให้ผู้เข้าอบรมโปรแกรมของเค้าทำก็คือ การตั้งเป้าหมาย และเขียนใส่กระดาษแล้วเก็บไว้ จากนั้นเมื่อครบ 1 ปีก็ให้มาดูว่า เราได้ทำอะไรตามเป้าหมายของเราแล้วบ้าง ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ ทุกๆคนจะทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จอย่างน้อย 1 เป้าหมายเสมอๆครับ การตั้งเป้าหมายให้กับตนเองอยู่ตลอดเวลานั้น จะทำให้จิตใต้สำนึกของเราทำงานอย่างหนัก(แม้ในขณะที่เราไม่รู้ตัว) ที่จะทำให้เราทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จให้จงได้ครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีเป้าหมายใดๆเลย ก็เหมือนกับว่า เราล่องเรือลงทะเลไป โดยไม่มีจุดหมาย ไม่มีแผนที่ ไม่มีเข็มทิศ เราก็แทบจะไม่มีวันไปถึงฝั่งได้ ก็จะต้องวนอยู่ในทะเลตลอดไป การทำธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเราไม่มีเป้าหมายใดๆเลย ก็เปรียบได้กับว่า เรากำลังไม่รู้ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ เพราะว่าเราไม่มีที่ให้เราไป และเราไม่สามารถตรวจวัดตนเองได้ว่า ในตอนนี้เราประสบความสำเร็จในระดับใดแล้ว ทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จของเราได้รวดเร็วเท่าที่ควรจะเป็นครับ ดังนั้นขอให้สละเวลาว่างๆสัก 1 ชั่วโมง ลองเขียนสิ่งที่เพื่อนๆอยากทำลงไปในกระดาษ ไม่ว่าเพื่อนๆคิดว่าจะทำได้หรือไม่ ก็ขอให้เขียนลงไปครับ และเป้าหมายอย่างหนึ่งที่ผมขอให้เพื่อนๆทุกคนลองคิดและลองเขียนออกมาดู ก็คือ "ถ้าหากว่าเพื่อนๆไม่มีข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้น ถ้าหากเพื่อนๆรู้ว่าสิ่งที่เพื่อนๆต้องการจะทำนั้น จะไม่มีทางล้มเหลว เพื่อนๆจะประสบความสำเร็จแน่นอน เพื่อนๆจะทำอะไรครับ" คำตอบที่เพื่อนๆได้มานั้น ขอให้เก็บรักษาไว้ให้ดีๆ เพราะว่านั่นคือ วิสัยทัศน์เฉพาะตัวของคุณ ที่ไม่มีใครมาเลียนแบบได้ และถ้าหากใครที่ทำตามคำตอบนี้ได้สำเร็จ ถือได้ว่าคนนั้นได้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตแล้วครับ สุดท้ายก็ขอให้เพื่อนๆมีความสุขมากๆในปีใหม่ และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ทุกคนนะครับ ด้วยรักและหวังดี Happy New Year 2007 ครับ ตราวุทธิ์ |
Filed under Uncategorized by Trawut






Comments on Last Thing To Do in 2006 »
….ผมคิดว่า ผมคงอ่านเล่มเดียวกันกับ คุณ ตราวุทธิ์
ผมก็มีความประทับใจในเนื้อหา ของหนังสือเล่มนี้เหมือนกันครับ หลังจากที่ได้อ่านแล้วผมก็รู้สึกว่าน่าจะเล่าให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนของผมกลับบอกว่า ใครๆก็รู้ละ ว่าต้องทำอะไรให้ได้ความประสบความสำเร็จ แบ่งเวลา ตั้งเป้าหมาย ตั้งใจทำ อะไรทำนองนั้น ใครก็รู้
ผมกลับ คิดว่า การที่คนเราทำตัวไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว เราน่าได้รับ สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่หรือเก่า แง่มุมใหม่ๆ ซึงน่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเราเอง ไม่มากก็น้อย อนาคตข้างหน้าอาจจะเป็นประโยชน์อย่างมากก็ได้ ใครจะรู้……
ปล. บอกชื่อหนังสืออาจจะไม่ได้ แต่ลองไปหาซื้อมาอ่านดูก็ได้นะครับ ของ Brian Tracy มีหนังสือแปลเป็นภาษาไทยครับ สำนักพิมพ์ เค้ารับประกันว่า ถ้าอ่านเสร็จแล้วไม่พอใจยินดีคืนเงิน นะครับ
คุณ Pattana
ผมคิดว่า หลายอย่างนั้นเป็นสิ่งง่ายๆที่ทุกคนก็รู้ครับ แต่เหตุผลที่ทำไมคนบางคน จึงประสบความสำเร็จมากกว่า ใครอีกหลายๆคน นั่นเป็นเพราะ คนเหล่านั้น นำสิ่งที่รู้ไปใช้ปฎิบัติอย่างจริงจังครับ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดครับ