November 2, 2007

Mass Keyword VS Niche Keyword

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนตอนนี้ก็ล่วงเลยมาถึงเดือน 11 กันแล้วนะครับ อีกเดี๋ยวก็จะสิ้นปีกันแล้ว

โดยปรกติ ช่วงเวลานี้ของเดือน คนจะเริ่มขี้เกียจทำงานแล้ว เพราะจะคิดว่าไปว่ากันใหม่ปีหน้า แต่ผมขอให้คุณขยันทำงานให้หนักขึ้นนะครับ คิดเหมือนกับว่า เหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือนก็จะสิ้นปีแล้ว ดังนั้นถ้าหากว่าเรามีเป้าหมายอะไรที่ยังไม่ได้ทำ หรือ ยังทำไม่เสร็จ ก็รีบทำให้เสร็จนะครับ

เพราะว่า การมีเป้าหมาย และ มีกำหนดเวลาในการบรรลุเป้าหมาย อย่างชัดเจนนั้น เป็นปัจจัยข้อหนึ่งที่ทำให้คนประสบความสำเร็จมามากมายแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณมีวินัยในตนเอง สามารถบังคับตนเองให้ทำงานทุกอย่างเสร็จดังที่ตั้งใจไว้ก่อนสิ้นปี ผมเชื่อว่าคุณจะประสบความสำเร็จได้ทุกเรื่องอย่างแน่นอนครับ

สำหรับวันนี้บทความที่ผมนำมาฝากกัน ก็เกี่ยวกับเรื่องการทำโฆษณาสินค้าใน Amazon ครับ ว่าควรจะทำอย่างดี ระหว่างการโฆษณาแบบ Mass กับแบบ Niche ซึ่งถ้าหากคุณทำโฆษณา Amazon อยู่ ช่วงนี้ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่น่าสนใจทำโฆษณา เพราะว่าใกล้สิ้นปีแล้ว อัตราในการซื้อสินค้าย่อมค่อยๆเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

แล้วพบกันใหม่นะครับ

ตราวุทธิ์

 

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
Mass Keyword VS Niche Keyword

โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
http://www.trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ในการทำโฆษณาสินค้าใน Amazon นั้น เราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า สามารถแบ่งวิธีการทำโฆษณา/ หา Keywords ออกได้เป็น 2 แบบ ก็คือ

1.  โฆษณาแบบ Mass คือ การทำโฆษณาตัวเว็บไซต์ Amazon.com เลย เพื่อให้คนเข้ามาซื้อสินค้ากันในเว็บไซต์ จะเป็นสินค้าอะไร ยี่ห้ออะไรก็ได้ ซึ่ง Keywords ที่ใช้ก็เช่น online shopping, buying gift เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าเป็น Keywords กลางๆ ที่เรียกให้คนเข้าเว็บไซต์มากๆ

2.  โฆษณาแบบ Niche คือ การทำโฆษณาสินค้าเฉพาะบางอย่าง หรือ บางประเภทใน Amazon เพื่อให้คนที่สนใจสินค้าจริงๆ เจาะจงเข้ามาใน Amazon เพื่อซื้อสินค้าที่เราทำโฆษณาอยู่เลย ซึ่ง Keywords ที่ใช้ ก็จะเป็นประมาณ sony digital camera, Samsung hdtv เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าเป็น Keywords ที่มีการะบุชื่อรุ่น หรือ ชื่อสินค้า ชัดเจนมากขึ้น

หรือสำหรับใครหลายๆคน อาจจะมีแยกแบบที่ 3 ออกมาด้วย ก็ได้คือ

3.  โฆษณาแบบ Nass คือ การทำโฆษณาสินค้าชนิดต่างๆใน Amazon โดยไม่ได้มีการระบุลงลึกไปมากเท่าไหร่ เหมือนกับเน้นให้คนที่สนใจสินค้าชนิดนั้นๆ เข้ามาเลือกดูสินค้าแต่ละยี่ห้อ และตัดสินใจซื้อ สินค้าที่ดีที่สุดให้ตนเอง ซึ่ง Keywords ที่คนนำมาใช้โฆษณาแบบ Nass นี้ เช่น hdtv on sale, classic electric guitar, wedding diamond rings เป็นต้น

ซึ่งการโฆษณาแบบ Nass นี้ บางคนก็จัดให้อยู่ในประเภทเดียวกับ Mass บางคน ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Niche แล้วแต่ใครเห็นว่าเป็นอย่างไร เพราะว่าการโฆษณาแบบ Nass นี้ ก็คล้ายกับเป็นการนำคนจำนวนมากเข้ามาในเว็บไซต์ ด้วยความสนใจในสินค้าบางอย่าง แต่หลายๆครั้ง คนที่เข้ามาก็ไม่ได้ซื้อสินค้านั้นๆ กลับไปซื้อสินค้าอื่นแทน เหมือนเป็นลูกผสมระหว่าง Mass กับ Niche นั่นเอง

(เพื่อความสะดวก ผมก็ขอพูดถึงการโฆษณาแค่ 2 ประเภทนะครับ คือ แบบ Mass กับ แบบ Niche ส่วนแบบ Nass นั้น เพื่อนๆก็ไปตัดสินใจเอาเองนะครับว่า ต้องการนำเข้าไปรวมกับแบบใด)

เวลาใดก็ตามที่มีทางเดิน 2 ทางให้เราเลือก เราจะรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า ต้องมีทางใดทางหนึ่งที่ดีกว่าอีกทาง ทำให้หลายๆคนคงเคยสงสัยว่า ตนเองควรจะทำโฆษณาแบบ Mass หรือแบบ Niche จะดีกว่ากัน อันไหนจะให้รายได้ที่ดีกว่า

คำตอบจากผมง่ายๆครับ คือ ลองทำและวัดผลดูทั้ง 2 แบบ เพราะตราบเท่าที่เรายังไม่เคยทดลองทำ เราจะไม่มีทางรู้ผลลัพธ์ได้เลยว่า อะไรดีกว่ากัน

และผมว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นกับบุคคลอีกด้วยครับ เพราะว่า กรรมเก่าของแต่ละคนไม่เท่ากัน (ประสบการณ์ ความถนัด ความชอบ ความคุ้นเคย และอื่นๆ) ทำให้บางคนอาจจะถนัดและทำเงินจากแบบ Mass ได้มากกว่าแบบ Niche ในขณะที่บางคนทำโฆษณา Mass แทบตายไม่เคยได้เงิน แต่พอย้ายไปทำแบบ Niche ปุ๊บ ได้เงินปั๊บ

ผมก็ขอให้คำแนะนำในการเลือกโฆษณาทั้ง 2 แบบ ไว้ดังนี้ครับ

1.  ถ้าหากเป็นไปได้ ควรทำโฆษณาทั้ง 2 แบบ

เพราะว่าระดับค่าคอมมิสชั่นใน Amazon จะเป็นแบบขั้นบันได ยิ่งเราขายสินค้าได้มากชิ้น ค่าคอมมิสชั่นเราก็จะเพิ่มไปด้วย เช่น เมื่อเราขายได้เกิน 630 ชิ้น เราจะได้ค่าคอมมิสชั่นถึง 8%

ดังนั้นเราควรจะทำโฆษณาแบบ Mass เพื่อให้ยอดสินค้าของเรามีมากๆในแต่ละเดือน เพื่อให้ค่าคอมมิสชั่นที่เราได้จากการทำโฆษณาแบบ Niche นั้น เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยกัน ก็จะเป็นวิธีการสร้างรายได้เพิ่มให้กับเราโดยอัตโนมัติครับ

2.  โฆษณาแบบ Niche เฉพาะสินค้าที่มีราคาแพงๆ

เพราะว่า ยิ่งสินค้ามีราคาแพง เราก็จะได้รับค่าคอมมิสชั่นสูงไปด้วย จะทำให้เราสามารถเพิ่มค่า bid ใน PPC ต่างๆมากขึ้นไปได้อีก ก็จะทำให้เราโฆษณาอยู่เหนือกว่าคนอื่นๆได้อีกหน่อย

และที่สำคัญการโฆษณาแบบ Niche นั้น สร้างความยุ่งยากให้กับเรามากกว่าแบบ Mass เพราะเราต้องศึกษารายละเอียดของสินค้า และนำมาเขียนโฆษณาให้ดี ดังนั้น เมื่อเราจะเหนื่อยมากขึ้น ค่าตอบแทนที่ได้รับกลับมา ก็ควรจะคุ้มค่าเหนื่อยเช่นกัน

3.  อย่าลืมใช้ Landing Page ที่เหมาะสมในการโฆษณาแบบ Niche

เพราะในการโฆษณาแบบ Niche เราใช้ Keywords และ Ads ที่เจาะจงมากๆ ดังนั้น เราจึงควรส่งลูกค้าทุกคนไปยังหน้าสินค้าที่เค้ากำลังค้นหาอยู่ทันที ซึ่งจะทำให้ค่า Conversion Rate ของเราสูงขึ้นได้ครับ

4.  โฆษณา Mass หนักๆในช่วง Seasonal

ในช่วงหน้าเทศกาลต่างๆที่คนจำเป็นต้องซื้อของขวัญ เพื่อมอบให้กับคนอื่นๆ เช่น ช่วงปีใหม่เป็นต้น เราควรจะเร่งทำโฆษณาแบบ Mass เพราะว่า คนจำนวนมากเหล่านี้ ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรเป็นของขวัญดี ทำให้หลายๆคนเข้ามาเว็บไซต์ Amazon แล้ว จึงค่อยๆคิด ว่าจะไปซื้อของขวัญอะไรดี และสุดท้ายก็เลือกซื้อของบางอย่างใน Amazon ไปเป็นของขวัญนั่นเอง

5.  การเขียนข้อความโฆษณา

การเขียนข้อความโฆษณาแบบ Mass คงไม่มีอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่แนะนำให้เขียนไว้เลย คือ ชื่อแบรนด์ Amazon.com รวมทั้งการเขียนว่า สามารถซื้อของได้ในราคาถูก หรือ ถูกทุกอย่างที่คุณซื้อ ประมาณนี้ จะช่วยเรียกคนให้คลิกได้มาก

ส่วนการเขียนโฆษณาแบบ Niche นั้น ก็ควรจะมี ยี่ห้อ หรือมีชื่อแบรนด์ของสินค้าที่เราทำโฆษณาใส่ลงไปด้วย รวมทั้งมีการเขียน Display URL เป็น directory ต่างตามประเภทสินค้า เช่น amazon.com/music เป็นต้น ก็จะช่วยให้ข้อความโฆษณาดูน่าสนใจมากขึ้น

6.  ดูรายการสินค้าขายดีจากแบบ Mass มาแยกทำโฆษณาแบบ Niche

อย่าลืมว่าทาง Amazon จะแสดงรายการสินค้าที่เราขายได้ขึ้นมาใน Earning Report และ Order Report ด้วย ดังนั้นเมื่อเราทำโฆษณาแบบ Mass ที่มีคนซื้อสินค้าเยอะๆ เราอาจจะเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น เพื่อดูว่า คนซื้อสินค้าอะไรมากเป็นพิเศษ จากนั้นก็ให้ลองทำโฆษณาสินค้ารุ่นนั้น ยี่ห้อนั้นแบบ Niche ดูครับ

7.  Bid ต่ำๆในการโฆษณาแบบ Mass

การโฆษณาแบบ Mass นั้น จะมีคนซื้อสินค้ามากก็จริงอยู่ แต่ว่าสินค้าที่คนซื้อส่วนใหญ่ จะเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างถูก ทำให้ค่าคอมมิสชั่นเราก็น้อยไปด้วย ดังนั้นถ้าหากเป็นไปได้ ควรจะทำโฆษณาเฉพาะใน Mass Keywords ที่มีราคาถูกๆ (ไม่ควรเกิน $0.3) ก็จะทำให้เรามีโอกาสได้กำไรมากขึ้น

และสิ่งสุดท้ายที่ต้องการฝากไว้คือ อย่าลืมทำการวัดผลโฆษณาควบคู่กันไปด้วยเสมอ เพราะนั่นจะเป็นหนทางที่ทำให้เรา สามารถปรับปรุงโฆษณาให้ดีขึ้น ให้สามารถทำกำไรกลับมาได้ในอนาคตครับ

-
บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของ FF Magazine

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนลัดวิธีการทำโฆษณาด้วย Google Adwords
อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ได้ที่บ้านของคุณ
=>
http://www.AdWords-eClass.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

< ———- จบบทความ ———->

** สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ทุกท่าน **
คุณสามารถนำบทความนี้ไปแสดงบนเว็บไซต์ของคุณได้ โดยขอให้แสดงบทความทั้งบทความ ตั้งแต่ชื่อบทความ
จนถึงจุด "จบบทความ" โดยไม่มีการแก้ไขลิ๊งค์และส่วนใด
ส่วนหนึ่งของบทความ ขอบคุณครับ

 

Filed under Articles by

Spread the Word!

Permalink Print Comment

Comments on Mass Keyword VS Niche Keyword »

November 2, 2007

กรรมพยากรณ์ @ 6:55 pm

เป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์มากครับ
จะได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ดู
ขอบคุณครับ

วัขริศ พิทยาธรเลิศ @ 7:56 pm

Landing Page มีความสำคัญอย่างมากเลย ซึ่งผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่าวิธีทำ หรือขั้นตอนของการทำว่าเป็นอย่างไร ผมรบกวนพี่ช่วยแสดงวิธีทำ หรือขั้นตอนการทำอย่างละเอียดได้มั้ยครับ
ว่าทำอย่างไร ขอบคุณพี่มากๆครับ

Nai Ampher @ 8:13 pm

ทำแบบ Mass อยู่ครับ ก็ได้ พอสมควร

พอจะหันมาทำแบบ Nich ก็มีคน Ads อยู่ก่อนแล้ว เฮ้ออ

http://www.AmpherJai.com

wanchalee @ 9:10 pm

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

komjag @ 9:15 pm

ขอบคุณสัาหรับคัาแนะนัาดีๆคับ

สวัสดีครับ

ขอบคุณนะครับที่แชร์ข้อมูลตรงนี้ แต่ผมเองก็เพิ่งเคยได้ยินคำศัพท์ Nass ที่เป็นลูกผสมระหว่าง Mass and Niche นะครับ แปลกดีครับ

อย่างไรก็ตามในความคิดเห็นของผม ผมว่าเราควรมองพิจารณาและวางแผนให้ดี โดยพุ่งเป้าไปที่การทำเงินและโฆษณาระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจากที่ได้ทำมา พบว่าภาพรวมของเศรษฐกิจโลกกำลังจะเปลี่ยนไปจากยุค Mass ไปเป็น Niche แต่ผมเข้าใจดีว่า Mass ยังเป็นแหล่งทำเงินได้อย่างรวดเร็วตามแต่กระแสความนิยมในทุกวันนี้ :) เห็นด้วยครับที่ควรจะทำทั้งสองอย่าง เราควรวางแผนให้ดีสำหรับการจับตลาดสินค้าทั้งสองแบบนะครับ

ขอให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปอีกนะครับ
http://www.zTopAffiliateMarketer.com

roj @ 11:11 pm

เป็นอีกหนึ่งบทความที่อ่านแล้วเข้าใจเลยครับ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นะครับ

November 3, 2007

ณัฐพลสมบัติภิญโญ @ 10:35 am

ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ แต่ผมมีข้อสงสัยบางอย่างครับ

1. เราสามารถใช้โฆษณาหน้าของ Amazon ได้หรือครับ แล้ว Amazon เค้าจะ Track ยังไงว่าเป็นเรา เพราะ Amazon ไม่มีให้ Build Link ที่เป็นหน้าของ Amazon
2. โฆษณา Adword เราสามารถเขียน Display Url เป็น Amazon.com ได้หรือครับ ผมนึกว่ามันมีข้อห้าม หรือว่าห้ามเฉพาะ Keyword

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับสำหรับการตอบข้อสงสัย ผมก็จบวิศวะที่ลาดกระบังมาเหมือนกันครับ แต่เป็นรุ่นน้องของพี่นะครับ

iaee @ 1:30 pm

ถามถึง Tracking ID ของ Amazon นะครับ ดูไง เพราะตอนนี้ amazon ทำหน้าเว็บใหม่ มันจะรวมๆ สินค้าที่ซื้อจาก ID1 และ ID2 เข้าด้วยกัน ดูไงว่าสินค้าที่มี order นันเป็นของ ID ไหน

ขอบคุณครับ

NJ @ 3:38 pm

ยังไม่ค่อยเข้าใจเรี่อง Landing Page และการติดตั้ง Conversion Tracking ไว้ใน Blog
(ตอนนี้ใช้ Blogger.com อยู่) อ่านในหนังสือเห็นบอกว่าติดตั้งเร็วเท่าไหร่ยิ่งเช็คผลได้เร็วขึ้น
ช่วยแนะนำรายละเอียดหน่อยนะค้ะ งงมาหลายวันแล้ว T T ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ

ขอบคุณมากๆครับ

November 4, 2007

Unclejoe @ 1:10 pm

ผมติดตามคุณมานาน สนใจอยากทำมากแต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร?ผมอยากติดต่อกับคุณแต่ก็ทำไม่ได้เพราะ อีเมล์ของคุณเมื่อผมทำการ Ryply มันก็เด้งกลับทุกที

^
^
555 เจอเพื่อนเหมือนกันละ ผมก็จบวิศวะลาดกระบังครับ
เพิ่งไปเจอรุ่นพี่เราเมื่อวันสัมมนาที่ผ่านมานี่เอง หล่อสะ…สาวๆขาดใจ

http://www.niceidea-costumes.com

November 5, 2007

wisdomteeth @ 8:56 am

ขอบคุณมากสำหรับความรู้ที่คุณตราวุธให้มาตลอด โดยเฉพาะไอเดียเช่นการทำโฆษณาแบบ นิช ที่ควรขายของราคาสูง จะได้บิดได้คุ้มค่า ดูเล็กน้อยแตบาทีเราก็ลืมนึกถึง

November 6, 2007

กบ @ 5:15 am

1.ช่วยแนะนำweb ที่ใช้เช็ค ราคาประมูลKeyword หน่อยครับ เพราะเข้าไปที่ overture ไม่เป็นครับ ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ ยิ่งถ้าเป็นราคาประมูลของ google ได้ยิ่งดีครับ เพราะผมยังไม่เคยลองโฆษณาสักครั้งเลย เลยไม่กล้าเสี่ยงเท่าไร
2.โปรแกรม AdWordsEqualizer และ keywordelite มีความแตกต่างกันมากไหมครับ
และราคาเท่าไร แพงกว่ากันเท่าไรครับ
ใครก็ได้ ให้คำตอบผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ…..

Affilaite Talk @ 11:20 am

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับ ข้อมูล และ บทสรุปดีๆ เข้ามาบ่อยค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ comment

อ่านไป อ่านมา เลยรู้ว่า ตัวเองมาถูกทางแล้ว แต่ได้เพียงครึ่งทาง บทความวันนี้ ช่วยให้ไปถูกทาง ในทางที่เหลือค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ และ รวมถึงตัวเองด้วยนะคะ สู้ๆ ค่ะ

Pratya @ 4:58 pm

ขอบคุณ คุณตราวุธ มาก ที่ส่งความรู้ดี ๆ ผ่านมาให้โดยตลอดไม่เคยลืม ก่อนจะถึงปีใหม่นี้ ขอให้คุณตลอดทั้งครอบครัวมีความสุขมาก ๆ รวยอยู่แล้วก็ขอให้คุณรวยยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ขอบพระคุณมาก

November 7, 2007

Amnaj @ 1:14 pm

ช่วยบอกวิธีสมัครและนำ A Store มาติดที่เวปให้ด้วยครับ ลองหาที่อื่นแล้วยังไม่มีที่ใหนแนะนำใว้เลย ขอบคุณครับ

September 30, 2008

สุพพัต ไชยพร @ 11:00 am

จะเข้าไปแก้ไข my Accout เป็น ผ่าน paypal ทั้งใน Cj และ Click Blank ต้องทำยังไงครับ

Leave a Comment