September 26, 2007

Saving Money

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน
 
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าเพื่อนๆ คงจะสบายดีกันทุกคน ก็เช่นเคยนะครับวันนี้ผมก็มีเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ครับ  เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่าคนที่ประสบความสำเร็จเป็นเศรษฐีส่วนใหญ่ เขามีจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจอย่างไร 

นอกเหนือจากความฝันที่บุคคลเหล่านั้นมี จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจของทุกคนเริ่มมาจาก การอดออมครับ การอดออมเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรจะต้องเริ่มลงมือทำก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหลังจากที่เรามีฝันแล้ว เราก็ต้องมีเงินทุนในการตามหาความฝันและทำความฝันของเราให้เป็นจริงใช่ไหมครับ

การอดออมเป็นเรื่องที่ดี เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าการอดออมเป็นสิ่งที่เด็กแทบทุกคนถูกปลูกฝังมา ไม่ว่าจากทางโรงเรียน หรือทางบ้านก็แล้วแต่ เพียงแต่บางคนอาจจะมีความต่อเนื่องของพฤติกรรมไม่เท่ากันเท่านั้นเอง จึงทำให้บางคนสามารถมีเงินเก็บตั้งแต่เล็กได้ แต่บางคนก็ไม่สามารถทำได้

ทีนี้เราลองกลับไปเป็นเด็กแล้วลองถูกปลูกฝังการเก็บออมให้กับตนเองกันดีกว่าไหมครับ ผมว่าเราลองกลับไปเป็นเด็กกันดูบ้างก็น่าจะดีนะครับ
 
ส่วนวิธีการเก็บออมที่ผมนำมาแนะนำให้กับเพื่อนๆ ในวันนี้ เป็นวิธีที่เรียกได้ว่า Classic มากๆครับ ใช้มาตั้งแต่ยุคโบราณ จนปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต ซึ่งผมเองก็ได้ใช้วิธีการเก็บออมนี้มาแล้วเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้ครับ

ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร  ขอเชิญเพื่อนๆ รับชมกันได้ที่วิดีโอด้านล่างเลยครับ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวิธีการเก็บออมเงินที่ผมนำมาฝาก หวังว่าคงจะไม่ยากเกินไปนะครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนสามารถทำได้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญ คือ ขอให้เพื่อนๆ รีบลงมือเก็บออมตั้งแต่วันนี้เท่านั้นเอง

ดังนั้นถ้าหากเพื่อนๆ ต้องการเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะได้มีอิสรภาพทางการเงิน และเริ่มทำความฝันให้เป็นจริงสักที ผมขอแนะนำว่าให้เริ่มลงมือเก็บออมเงินกันเลยครับ คิดง่ายๆว่า ถ้าหากแค่การเก็บเงินทุกเดือน เรายังไม่สามารถทำได้ แล้วเราจะทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จได้อย่างไร จริงไหมครับ

ส่วนใครที่มีวิธีการหรือไอเดียในการเก็บออมวิธีต่างๆ ที่ได้ผลก็สามารถนำวิธีการมาร่วมแบ่งปันกันได้ที่ Comment ด้านล่างกันได้นะครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ คนอื่นต่อไปได้ ขอให้โชคดีมีเงินเก็บเพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจหรือทำความฝันให้เป็นจริงกันให้ได้ในวันหนึ่งข้างหน้านะครับ ^_^

แล้วพบกันใหม่ครับ

ตราวุทธิ์

 

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=>www.GoogleMakeMeRich
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

Permalink • Print • 29 Comments • Comment

Related Entries

Related Tags

,

29 Comments »

September 26, 2007

ปานกมล said:

คุณตราวุธผอมลงหรือเปล่าคะ

เรื่องเก็บ 10% น่ะค่ะ
ปุ๊จะแยกไว้ 5% เอาไปเข้าระบบประกันค่ะ
และ 5% เป็นเงินหมุนเวียนกระแสเงินสด และลงทุน

ถ้าจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นก็จะเก็บให้มากกว่า 10%

September 26, 2007

Paksupa said:

ขอบคุณคุณตราวุธมากๆค่ะ ที่คอยให้กำลังใจและคำแนะนำดีๆ อยู่เสมอ ขอให้มีความสุขนะค่ะ

September 26, 2007

yupa said:

เคยอ่านเจอว่า เราควรจะมีเงินเก็บเท่าไร ณ ปัจจุบัน
ใช้สูตร เงินเดือน*อายุ(ปี)*12 / 10
ก็ขอให้ทุกคนมีเงินเก็บตามที่คำนวณได้นะคะ

September 26, 2007

นู๋เจต said:

ดีจังค่ะ เด๋วจะเริ่มทำตามนะคะ เก็บน้อยเก็บมาก แต่ก็ขอให้เก็บ นะคะ เข้ากับยุคเศรษฐกิจพอเพียงเลยนะคะ ใช้อย่างพอเพียง เงินก็เหลือเก็บเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ ^^

September 26, 2007

วันชลีย์ said:

ขอบคุณสำหรับเทคนิคการเริ่มต้นแบบง่าย ๆ ที่หลายๆคนอาจมองข้ามไป แต่มีประโยชน์อย่างมาก มากเลยค่ะสำหรับการเริ่มต้นที่ดี

September 26, 2007

กรรมพยากรณ์ said:

เป็นคำแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์มากๆ ครับ

ขอบคุณครับ

September 26, 2007

Legendary Pon said:

ผมหยอดกระปุกวันละ 10 บาทเองครับ เหอๆ

September 26, 2007

saowaros said:

หากทำได้แบบนี้ ชีวิตคงลดความวุ่นวายลงได้บ้าง ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ เสมอคะ

September 26, 2007

Nopphakon Tuwichian said:

ขอบคุณ มากๆครับสำหรับข้อแนะนำที่ดีแบบนี้ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะแม้ว่าเรามีเงินเดือนๆละสองแสน แต่ถ้าใช้สามแสนก็คงไม่มีวันรวยได้แน่นอน
ขอบคุณมากๆนะครับ

September 26, 2007

Nai Ampher said:

โดนใจเลยครับเรื่องนี้

ถ้าเด็กรุ่นใหม่มาเจอบทความนี้ ขอให้ สะกิดใจบ้างก็ดีครับ

ส่วนตัวเราเอง หุหุ ก็ เก็บไป ทำไป สู้ต่อไป ครับ ทุกๆคน

www.AmpherJai.com

September 27, 2007

จิระวดี said:

เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยค่ะ อยากให้คุณตราวุทธิ์เล่าเรื่องตอนเป็นบาร์เทนเดอร์อีก เผื่อจะมีข้อคิดอะไรดีๆมาแบ่งปันกันอีก

ขอบคุณค่ะ

September 27, 2007

Nirun said:

เปิดใจให้กว้าง เปลี่ยนมุมมองใหม่
คุณพร้อมหรือยังที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่มันอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะเปลี่ยนคุณให้รวยขึ้นได้
ความลับของคนรวย
ที่คนรวยไม่เคยบอกคุณที่เราจนอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเราขี้เกียจทำงานแต่ที่จนเพราะเรา เข้าใจผิด
อยู่แค่ 2 เรื่องต่างหาก
1. เข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของ ทรัพย์สิน
2. เข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของ หนี้สิน
อยากรวย ต้องทำความเข้าใจใหม่
1. ทรัพย์สิน คือ รายรับ การนำเงินเข้ากระเป๋าตังค์ ใน 1 เดือนคุณมี รายรับ เข้ากระเป๋าคุณกี่ครั้ง
คุณตอบได้หรือไม่
2. หนี้สิน คือ รายจ่าย การนำเงินออกจากกระเป๋าตังค์ ใน 1 เดือนคุณมี รายจ่าย ออกจากกระเป๋าคุณกี่ครั้ง
คุณตอบได้หรือไม่
อะไรที่คุณคิดว่าเป็น ทรัพย์สิน ลองคิดดู คิดตามความหมายใหม่ อะไรที่คุณคิดว่าเป็น หนี้สิน
ลองคิดดูนะครับ
ทำไมเราถึงต้องทำงาน
เหตุที่เราต้องทำงาน มีอยู่ 2 เหตุผล
1. ความกลัว
- กลัวจะไม่มีกิน , กลัวจะไม่มีความสุข
กลัวจะไม่มีรถ , กลัวจะไม่มีบ้าน , กลัวไปหมด
2 . ความโลภ
- โลภเพื่อจะมีมากกว่าคนอื่น , เยอะกว่าคนอื่น
ใหญ่กว่าคนอื่น , แพงกว่าคนอื่น , หรูกว่า
ภูมิฐานกว่า , โลภไปทุกอย่าง
ความกลัวและความโลภเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องความคุมให้อยู่ในความพอดี สิ่งที่จะควบคุม ความกลัวกับความโลภได้นั้นคือ ความรู้
การทำงานของคนจนและคนรวย
- คนจนทำงานเพื่อ นำไปสร้างหนี้สิน ยิ่งกลัว ยิ่งโลภ ยิ่งทำงาน ยิ่งสร้างหนี้ ยิ่งจน
- คนรวยทำงาน เพื่อไปสร้างทรัพย์สิน ยิ่งกลัว ยิ่งโลภ ยิ่งทำงาน เพื่อไปสร้างทรัพย์สิน เพิ่มมูลค่า ยิ่งรวย
- คนรวย มากๆ ใช้เงินทำงาน เพื่อไปสร้างทรัพย์สิน ยิ่งกลัว ยิ่งโลภ ยิ่งใช้เงินทำงาน เพื่อไปสร้างทรัพย์สินเพิ่มมูลค่า แล้วนำส่วนที่ได้จากทรัพย์สินเพิ่มมูลค่า ไปสร้างทรัพย์สินเพิ่มมูลค่า ยิ่งรวยๆๆๆๆ
ถนนของของคนจน เริ่มต้นสบาย สุดท้ายลำบาก
ถนนของของคนรวย เริ่มต้นลำบาก สุดท้ายสบาย

ขั้นตอน เป็นคนรวย
1. เปลี่ยนความคิด เรื่องทรัพย์สินและหนี้สิน
- รายรับ คือ เอาเงินเข้ากระเป๋าตังค์ เรียกว่า ทรัพย์สิน
- รายจ่าย คือ เอาเงินออกจากกระเป๋าตังค์เรียกว่า หนี้สิน

2. แยกให้ออกว่าอะไรเป็นทรัพย์สินเพิ่มมูลค่า หรือเสื่อมมูลค่า
- ทรัพย์สินเพิ่มมูลค่า คือ ได้มาแล้วเพิ่มมูลค่าให้เรา เช่น
** ซื้อที่ดินมา 5 แสนบาท ทิ้งไว้ 1 ปี ขายได้ 6 แสนบาท
** ซื้อทองมา 1 บาท ราคา 11800 บาท เก็บไว้ 1 ปี ราคา 12500 บาท
** ซื้อบ้านมาให้คนอื่นเช่า เป็นต้น
- ทรัพย์สินเสื่อมมูลค่า คือ ได้มาแล้วมูลค่ามีแต่ลดลง เช่น
** ซื้อรถยนต์มาราคา 6 แสนบาท ขับได้ 3 ปี ขายได้ 3 แสน มูลค่าลดลง 3 แสนบาท แถมต้องเติมน้ำมันอีก
** ซื้อโทรศัพท์มาราคา 12000 บาท เวลาขายคืนได้แค่ 4500 บาท ไหนจะเสียค่าโทรอีก
** ซื้อมอเตอร์ไซด์ 5 หมื่นบาท เวลาขายต่อ 2 หมื่น ยังหาคนซื้อต่อยากเลย
***** ซื้อที่ ซื้อทอง เอาเงินฝากธนาคาร ต้องเสียเงินซื้อถ่าน เติมน้ำมัน ใส่น้ำ หรือเสียบปลั๊กหรือเปล่า ถ้าไม่ต้องก็แสดงว่าเป็นทรัพย์สิน และมันต้องเพิ่มมูลค่าไปเรื่อยๆนะครับ
***** ซื้อถ้วยโถโอชามของ รักของสะสม ไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่ใส่ถ่าน ไม่เสียบปลั๊กให้มันก็จริง วันนึงขายจะได้กำไรมากกว่าฝากธนาคารไหมครับ ถ้าไม่มันก็จะเป็นทรัพย์สินเสื่อมมูลค่า หรือไม่ก็แค่มีค่าทางจิตใจ บางทีก็เป็นแค่ ขยะรกบ้านเราเท่านั้นเองนะครับ ขายใครก็ไม่มีใครเอา เพราะเราสะสมคนละรสนิยมกัน
3. ลดรายจ่าย ตัวเอง และครอบครัวก่อน
หลายคนคิดว่า ถ้าจะรวยต้องหารายได้ เพิ่มแต่เพียงอย่างเดียว เป็นความคิดที่ล้าสมัยแล้วครับ สิ่งเดียวที่ทำได้ก่อนหารายได้ คือการลดรายจ่าย เริ่มจากรายจ่ายที่เกิดขึ้นกับ ตัวเราเองก่อน เราใช้เงินวันละเท่าไร และสิ่งที่เราใช้มีประโยชน์ ผลตอบแทน หรือคุ้มค่ากับเรามากแค่ไหน รายจ่ายอะไรที่เราลดได้ลดได้เท่าไร วิธีการลดทำอย่างไรต่างหาก ที่ทำได้ง่ายที่สุด ต่อมาหาทางลดรายจ่ายของครอบครัวครับ แล้วค่อยไปขั้นตอนหารายได้เพิ่ม อย่าลืมนะค่ะ ลดรายจ่ายก่อนหารายได้ครับ
*** หลักการง่ายๆของการลดรายจ่ายมีหลายแบบค่ะ
- ลดความสมบูรณ์แบบของชีวิต
ชีวิตของแต่ละคนจำเป็นต้องสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้านหรือไม่ลองนึกดูนะ เราจำเป็นต้องใช้สิ่งของที่สามารถทำทุกอย่างได้ในตัวเดียวกันหรือเปล่าครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ที่ต้องถ่ายรูปได้ ฟังเพลงได้ ส่ง MMS ได้ ต่อ INTERNET ได้ สายเข้าเป็นเสียงเพลงได้ หรือเปล่าครับถามตัวเราเองว่าถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เราจะลำบากไหมค่ะ ตอบแทนก็ได้นะค่ะ แทบไม่ลำบากเลย แต่การมีสิ่งเหล่านี้ซิลำบาก

ลำบากอย่างไรหรือค่ะ
โทรศัพท์ที่ทำได้ครบทุกอย่างที่ว่ามา ราคาเท่าไร หมื่นกว่าบาท หลายคนต้องผ่อน เดือนละพันกว่าบาท ถามว่าแล้วใช้สิ่งที่ว่ามาวันละกี่ครั้ง แล้วใช้เพื่อประโยชน์อะไรค่ะเพื่อความบันเทิง เพื่อความเท่ หรือเพื่อให้รูว่าฉันก็มีเหมือนกัน หรือฉันมีดีกว่าของเธอ บางคนซื้อมาทำอะไรไม่เป็นค่ะ โทรเป็นอย่างเดียวแบบนี้เรียกว่าไม่คุ้มค่าเอามากๆ เครื่องละพันกว่าบาทก็ทำได้ครับไม่ต้องเสียตังค์เป็นหมื่นด้วยครับ
- ลดต้นทุนชีวิต
ลดต้นทุนชีวิต จะคล้ายๆกับลดคุณภาพชีวิตนั้นแหละค่ะ ข้อนี้ต้องทดลองทดสอบดูนะ ยกตัวอย่างเช่น ข้าวสารที่คุณซื้อมาหุงทานอยู่ทุกวันนี้เป็นข้าวหอมมะลิอย่างดี ราคา 5 กิโล 105 บาท คุณลองหาข้าวสารที่ราคาถูกกว่านี้ แต่ความอร่อยใกล้เคียงเดิมแต่ราคาถูกลง มาทาน หากคุณลองซื้อมาแล้วคุณทานได้ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ราคา 85 บาท คุณลดต้นทุนชีวิตคุณได้ ต่อข้าวสาร 5 กิโล 20 บาทแล้วนะค่ะ แล้วเดือนหนึ่งครอบครัวคุณทานข้าวกี่กิโลลองคิดดู
4. หารายได้เพิ่ม
การหารายได้เพิ่มมีหลายช่องทางค่ะ เช่น ทำ OT. ซื้อของมาขาย เอาเงินฝากธนาคาร เล่นหุ้น ทำกิจการส่วนตัว แล้วแต่จะทำกันนะค่ะ สิ่งที่สำคัญในการหารายได้เพิ่ม คือความรู้ เราต้องรู้ก่อนว่าช่องทางนั้นๆ เราจะมีผลได้ผลเสียอย่างไร จะไม่สำเร็จได้หากเราไม่มีความรู้เรื่องนั้นๆ มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการหารายได้เพิ่มไว้ดังนี้ค่ะ
*** ต้องกำไรตั้งแต่ตอนซื้อ ไม่ใช่กำไรตอนขาย ***
ตัวอย่างเช่น เราซื้อทองมาเก็บไว้ 1 ปี เรามีกำไลแน่ๆเพราะทองส่วนมากมีแต่ขึ้นไม่ค่อยจะลดเท่าไร แต่ต้องเป็นทองคำแท่งนะครับไม่ใช่ทองรูปพรรณ เนื่องจากทองคำแท่งไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จค่ะ
อะไรที่ขาดทุนตั้งแต่ตอนซื้อนะหรือค่ะ อะไรก็ได้ที่ซื้อด้วยอารมณ์ ไม่ได้ซื้อด้วยเหตุผลค่ะเพราะซื้อแล้วใช้ประโยชน์ไม่คุ้มขายต่อราคาตกแน่ๆค่ะ ขาดทุนตั้งแต่ตอนซื้อ
*** ใช้สมองหารายได้ ***
เงินอยู่ระหว่างทางที่เราผ่านไป ผ่านมาทุกวัน แต่เราไม่สามารถเก็บได้ เพราะเราไม่รู้วิธีเก็บ มาเป็นของเราเท่านั้นเอง
เป็นคำกล่าวที่เฉียบคมมากค่ะ การที่เราจะรายได้เพิ่มนั้นนอกจากเราจะต้องมีความรู้แล้ว เราต้องมีความคิดที่ดีพอที่จะหารายได้ด้วยนะค่ะ หลายคนอยากเป็นเจ้าของกิจการ รู้อย่างเดียวว่าต้องใช้เงินลงทุน ไม่คิดว่าเงินนั้นจะต้องทำอย่างไรมา บางคนไปกู้เงินมาลงทุน ไหนจะต้องรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ไหนจะต้องรับ ภาระปัญหากิจการอีกหลายอย่าง
กิจการล้มไม่เป็นท่ามานักต่อนักแล้วค่ะ ถ้าเป็นเงินเย็นก็ดีไปล้มก็ไม่ต้องเป็นภาระใช้หนี้สินต่อ เริ่มต้นใหม่ได้ไม่ยาก
**** มีข้อแนะนำ ****
เราอย่าพึ่งคิดว่าเราจะต้องเป็นเจ้าของกิจการอะไร เพียงแต่เราคิดว่าเราลงทุนอะไร ได้ผลตอบแทนคุ้มกับเงินที่เราลงทุนหรือไม่ ดีกว่า ตัวอย่างเช่น เราซื้อของมาขายชิ้นหนึ่งต้นทุน 20 บาท เราขายในราคา 25 บาทกำไล 5 บาท ได้กำไร 25 % เชียวนะค่ะ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆฝึก คนรวยเคยกล่าวไว้ว่า ก้าวแรกของการทำธุรกิจคือ ก้าวเล็กๆ ของเด็กน้อยนะค่ะ
เพราะเด็กน้อยจะค่อยๆก้าว ค่อยๆก้าว ใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป มั่นใจกว่ากันเยอะค่ะ ขอเพียงแค่เรามีความรู้ ความพยายาม ก็จะไปได้ดีค่ะ เมื่อเราชำนาญ มีประสบการณ์แล้วค่อยก้าวแบบผู้ใหญ่ค่ะ ก็ไม่สาย
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จ ภายในวันเดียว ขอให้รวยเป็นหมื่นล้าน ทุกคนนะค่ะ

September 27, 2007

thisjeab said:

ขอบคุณคุณตราวุธค่ะ ที่ให้ลงความเห็นค่ะ ขออนุญาตลงข้อความ เพราะว่าอยากบอกเล่าระบบบริหารเงินที่ดี และบอกคนที่อยากรู้เรื่องระบบการบริหารเงินที่ดีเป็นอย่างไร
เห็นข้อความที่คุณตราวุธลงไว้ รู้สึกดีใจค่ะ ที่อายุยังน้อยแต่เห็นความสำคัญของการออมเงินค่ะ

การบริหารระบบการเงินที่ดี ควรจะมี 3 ส่วน
1. เพื่อใช้ชีวิตประจำวัน
2. เพื่อสำรองยามฉุกเฉิน
3. เพื่อเก็บเงินไว้ในอนาคต

เจี๊ยบเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ ING Life ค่ะ รับปรึกษาและให้คำแนะนำได้ทุกเมื่อค่ะ (ถ้าไม่สนใจอยากฝากเงินของ ING หรือว่าระบบที่แนะนำไม่ดีจริงๆ จะไม่ฝืนใจลูกค้าค่ะ)

เกศินี 081-4208062

September 27, 2007

มัทนิน said:

ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับคำเตือนสติ ดี ดี ที่ทำไม่ค่อยได้ซะที ค่ะ

September 27, 2007

กนก said:

สวัสดีค่ะ เคยอ่านหนังสือเจอเหมือนกันค่ะ รู้สึกหนังสือจะชื่อ "ออมก่อนรวยกว่า" เป็นหนังสือของ settrade ค่ะ หนังสือดีมาก ๆ ชอบอ่านหนังสือแนวนี้ เป็นความรู้ที่ต้องใช้กันทุกคน

เราควรจะมีเงินเก็บเท่าไร ณ ปัจจุบัน
ใช้สูตร เงินเดือน*อายุ(ปี)*12 / 10

สูตรนี้ใช้ได้ชัวร์ ….แต่เราต้องฝึกนิสัยการออมกันก่อนนะคะ

September 27, 2007

นงนภัส said:

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำที่ดีๆเคยอ่านหนังสือการเก็บออมนี้มานานแล้วยังทำไม่ได้สักที ขอบคุณที่ฟื้นความทรงจำที่ดีที่ควรจะทำให้ได้ตั้งนานแล้ว คิดว่าจะเริ่มทำให้ได้ตั้งแต่วันนี้ค่ะ

September 27, 2007

Morgan Krabi said:

ผมมักจะได้อะไรดี ๆ จากคุณตราวุทธิ์ อยู่เสมอ คอยให้กำลังใจคุณตราวุทธิ์เช่นกันนะครับ ให้อะไรดีกับสังคม ตลอดไปนะครับ

September 27, 2007

สุดหล่อแห่งกรุงเทพและปริมณฑล said:

คุณตราวุฒิให้คำแนะนำที่ดีมากครับ ทำให้ผมมีกำลังใจในการทำธุรกิจมากขึ้นครับ ขอบคุณหลาย ๆ เด้อ ซิบอกให่

September 28, 2007

noom said:

เงินงวดแรกเข้าบัญชีผมแล้ววันนี้เอง สรุปว่าทำแล้วได้เงินจริงแฮะ (ไม่โดนหลอกแล้วเรา)^____^ ขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆที่มอบมาให้นะครับ /แข็งแรงๆทุกคนนะครับ

September 28, 2007

ยอร์คครับ said:

สวัสดีครับพี่ตาวุธ ครับผม มีคำถามมาถามอะครับ ตอนนี้เรายังซื้อ โฮส ของ ipower web ด้วย link Id ของเราได้อยู่ รึเปล่าครับ ที่ถามนี้ผม เพิ่งซื้อไปวันนี้เองครับ เห็นว่า โฮสเค้าดี แต่กลัว ๆๆ จะมีผลอะไร แต่ ซื้อไปแล้วล่ะ เท่าที่เช็คตอนนี้ยังไม่มีค่า คอมมิชชั่นขึ้นะครับ แต่มีการแสดงว่าโดนคลิ๊กไปแล้วว ไม่ทราบว่าเป็นไม่ไปได้ไหม ที่ค่าคอมมิชชั่นจะขึ้นช้ากว่า การแสดง จำนวนคลิ๊กครับ ขอบคุณครับพี่ตราวุธ

September 28, 2007

ณัฐกฤษฎ์ อมรโชติพันธ์ said:

ครับหลักของการครองชีวิตต้องอาศัยหลักธรรมของศาสนาถึงจะเรียกว่าเป็นคนรวย การรวยสิ่งของ หรือทรัพย์สมบัติภายนอกนั้น ไม่จีรังยั้งยืน
แต่ให้มีการแบ่งสมบัติมี่หามาพอได้ จำแนกได้ดังนี้ ในอัตราส่วน100 ส่วนที่หนึ่ง ให้นำไปทำบุญกุศลก่อน เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่โลภมากอยากได้ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาติ ส่วนที่สอง นำไปใช้จ่ายส่วนตัวและครอบครัว ส่วนที่สาม นำไปลงทุนให้เกิดดอกออกผลโดยการเตรียมข้อมูลในการทำให้เป็นที่เข้าใจที่ถูกต้อง ส่วนที่สี่ นำไปเก็บออมสิน ใว้ใช้เมื่อคราวจะเป็น หรือเป็นว่า ทำประกันชีวิตใว้ เพราะบางท่านเก็บเงินใว้มากๆๆ แต่เมื่อคราวป่วยเจ็บ ต้องหมดไปฉะนั้นจึงต้องลดคาวมเสี่ยง ด้วบการทำประกันใว้ ส่นรายละเอียดปลีกย่อย ให้แต่ละท่าน ใช้วิจารณญานของตนเองเป็นสิ่ง สำคัญ ส่วนมากคนรวย ต้องรวย ให้ครบ ทั้งทรัพย์สินฯ และน้ำใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อ ต่อมนุฃษย์หรือเพื่อนร่วมโลก ขอบคุณ ๕ณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ทีได้มอบงานนี้ใว้ให้เพื่อน ร่วมโลก ได้ศึกษาครับ

September 28, 2007

ยอร์คครับ said:

จากคำถามก่อนหน้านี้นะครับ ผมได้ไปเช็ค ทางบัตร อีเว็บการ์ด ยังไม่มีการตัดเงินแต่อย่างใดครับ

September 28, 2007

ยอร์คครับ said:

ยอดให้ Cj จะขึ้นหลังจากตัดบัตรได้หรือ เปล่า ครับ หริอ ขึ้นตั้งแต่ เราซื้อสินค้าและบริการครับ (จากคำถามที่แล้ว)

September 28, 2007

ยอร์คครับ said:

ตอนนี้การสมัคร ADCENTER ทำไม่มีให้เลือกประเทศไทยละครับ

September 28, 2007

Nuttachai said:

เก็บเอาไว้ลงกับ adwords หมดเลยครับตอนนี้ 555

เฮ้อ…ผมคนหนึ่งละที่ใจร้อนอยากจะประสบความสำเร็จไว้ๆ ถึงจะใจร้อนแต่ไม่วู่วามนะครับ

ก็พยายามอยู่เรื่อยๆนะครับ แม้ว่าผ่านมา2เดือนนี้จะได้มาแค่5$ ก็เหอะ…(หมดวันละ6-10$ T_T)

www.niceidea-costumes.com

October 1, 2007

zTopAffiliateMarketer said:

สวัสดีครับ

เห็นด้วยกับการออมเงินครับ ถ้าคุณไม่มีการออมเงินแล้วหละก้อ นั่นแปลว่าคุณไม่ได้มีเมล็ดพันธุ่ที่ยิ่งใหญ่สำหรับความมั่งคั่งอยู่ในตัวคุณเองนะครับ :)

อีกอย่างที่อยากจะเสริมก้อคือว่าบุคคลที่มีเงินทองมากมายหรือว่ามีความมั่งคั่งสูงนั่น จะทำการ Save, Invest Money ก่อนที่พวกเค้าเหล่านั้นจะ Spend เงินของเค้าออกไป พูดง่ายๆก้อคือว่าลำดับการปฏิบัติต่อเงินของพวกเค้าเป็นอย่างนี้ครับ Save -> Invest -> Spend

แต่คนที่ขาดแคลนความมั่งคั่งหรือว่าขาดความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับเรื่องเงินนั้นมักจะมีรูปแบบในลักษณะนี้ครับ Spend -> Invest -> Save (ออมเงินเมื่อเงินเหลือ แต่พวกเค้าไม่เคยรู้เลยว่าเงินทองไม่เคยเหลือให้พวกเค้าได้เก็บกัน)

สู้แล้วรวยครับ…ขอให้ประสบความสำเร็จ และความมั่งคั่งตามที่ได้วางแผนกันไว้นะครับ
www.zTopAffiliateMarketer.com

ปล. แนวทางเลือกใหม่ในแวดวง Affiliate Marketing สำหรับนักธุรกิจไทยเพื่อทำเงินล้านบนโลกออนไลน์ สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.zTopAffiliateMarketer.com/newsletter :)

October 3, 2007

Diary of Affiliate said:

ออมด้วยหุ้น ค่ะ
เฉพาะเงินเย็นจริงๆ

ส่วนที่ออมในธนาคาร ก็เผื่อสำรองยามฉุกเฉิน

อัตราส่วนการออม ประมาณๅ 20% ของรายได้ค่ะ

October 7, 2007

kanoknaul phapong said:

ถ้าต้องการความสุขจริง ๆ ต้องนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน
พอประมาณ มีเหตุผล รอบรู้ ระมัดระวังในการดำรงชีวิต และมีศีลธรรม เท่านี้ก็รวยจริง

December 19, 2007

chanida said:

สวัสดีคุณตราวุทธิ์ค่ะ ดิฉันชนิดา จาก สถานีโทรทัศน์ Money Channel (True Vision80) เป็นของตลาดหลักทรัพย์ฯ นะคะ ชื่อรายการ Smart Money เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารเงินอย่างชาญฉลาด เผอิญเข้ามาเห็น website ของคุณตราวุทธิ์ น่าสนใจที่จะเชิญมาพูดคุญในรายการค่ะ หากคุณตราวุทธิ์สะดวก กรุณาติดต่อกลับ หรือฝากเบอร์ติดต่อไว้ แล้วดิฉันขออนุญาตติดต่อกลับค่ะ เบื้องต้นอยากให้เข้ารายการสดในวันพรุ่งนี้ ช่วงเวลาประมาณ 15.00 นะคะ ขอขอบพระคุณค่ะ ชนิดา

Leave a comment




Rodney's 404 Handler Plugin plugged in.