February 29, 2008

Special Tip On Special Day

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน

สำหรับวันนี้ก็นับว่าเป็นวันพิเศษอีกหนึ่งวันนะครับ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! วันนี้พิเศษยังไง พิเศษตรงไหนกัน ก็เป็นวันธรรมดาๆ วันหนึ่งนี่
 
วันนี้เป็นวันที่ 29 กุมภาพันธ์ หากเพื่อนจำกันได้ ก็จะทราบว่า วันนี้จะมีเพียง 1 ครั้งในรอบ 4 ปีนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นวีดีโอนี้ก็นับว่าเป็นวีดีโอที่พิเศษนะครับ ^ ^ เพราะจะมี 1 ครั้งในรอบ 4 ปี นั่นเองครับ

เพื่อนๆ เคยสงสัยเหมือนผมไหมครับว่า แล้วทำไมในรอบ 4 ปี จะต้องมีวันเพิ่มขึ้นมา 1 วันด้วย ? เพื่อนๆ พอจะทราบเหตุผลกันบ้างไหมครับ ผมก็เคยสงสัยนะครับ และผมก็ได้ทราบคำตอบแล้วว่าเป็นเพราะอะไร จึงทำให้เรามีวันพิเศษ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เกิดขึ้นมา ซึ่งผมก็ได้บอกเล่าเหตุผลดังกล่าวไว้ในวีดีโอให้เพื่อนๆ ได้ทราบแล้วครับ เพื่อนๆ สามารถรับชมได้ที่วีดีโอด้านล่างครับ

และเนื่องในวันพิเศษอย่างนี้ นอกจากผมจะมาบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าวแล้ว ผมยังนำ Tip เล็กๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของตัวคุณเองให้ดีขึ้นมาฝากด้วยครับ รับรองว่าทำได้ไม่ยาก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของตัวคุณเองได้เหมือนกันนะครับ เพื่อนๆ สามารถติดตาม Tip นี้ได้ที่วีดีโอด้านล่างเช่นกันครับ

 

 

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รวมถึง Tip สำหรับพัฒนาศักยภาพของตนเองที่ผมนำมาฝาก หากเพื่อนๆ คนใดรับชมวีดีโอนี้จบแล้ว และอยากจะลองทำอะไรแปลกๆ ใหม่ดูบ้าง เช่น อยากจะไปคาราโอเกะ ก็ไม่ว่ากันนะครับ

เพราะวันนี้ก็เป็นศุกร์สุดสัปดาห์ คงไม่ต้องกังวลกันมากเท่าไหร่นะครับว่า พรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ไหว และถือเป็นการพักผ่อนจากการทำงานมาตลอดสัปดาห์ไปด้วยเลยก็ได้ครับ ^ ^

 

 

ขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้นะครับ

ตราวุทธิ์

 

 

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้วิธีการสร้างธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต โดยการโฆษณาสินค้าและ
บริการบน Google โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตนเองได้ที่
=> http://www.GoogleMakeMeRich.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
 

Permalink • Print • 19 Comments • Comment

19 Comments »

February 29, 2008

Poh said:

ดีมากฮ่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ วันนี้ได้ลองอะไรแปลกๆใหม่ๆแล้วคือการได้ลองเข้าไปหาโฆษณากับทางCJเพื่อที่จะลองทำAdwordเป็นครั้งแรกตื่นเต้นมากมาก มึนไปหมดเลยอ่ะฮับ เพิ่งเคยไดัลองทำจิง แล้วทุกๆอันที่คลิ๊กเข้าไปสมัครเป็นตัวแทนโฆษณาไม่ค่อยตอบตกลงมาเลย ทำมายยากจังอ่ะคับทั้งๆที่เป็นโมษณาใหม่ๆทั้งนั้น รวมถึงเก่าๆด้วย บริหารสมองมากมากเลยวันนี้ได้ลองของแปลก ยังต้องเรียนรู้อีกมากเลยอ่ะฮ่ะ แค่แป็บเดียวเองยังมีคำถามมากมายให้ทางทีมงานน้องตราวุทธ์ต้องปวดหัวบ่อยๆ เฮ้อ..ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นไง กลัวก็กลัวอ่ะ ยังไงก็จะเชื่อฟังและพยายามทำต่อไปฮ่ะ
ดื่มน้ำผักผลไม้บ้างนะฮ่ะ จะได้แข็งแรงๆ ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง เพื่อนๆหวัดกินเพียบอ่ะ บั๊บบาย…

March 1, 2008

ปริญญา said:

แหม…พี่ตราวุทธิ์ ออกมากล่าวคำแนะนำเรื่องสมองกับการดำรงชีวิต เนื่องในโอกาสวันพิเศษ 29 กพ. รู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวธุรกิจเลยนะครับ ตอนแรกที่เข้ามาฟังนึกว่าจะเป็น tip เกี่ยวกับธุรกิจ แต่พอเข้ามา ก็รู้สึกฟังสบายๆ และทำให้ผมรู้ตัวว่าคนเราควรจะกระตุ้นสมองจริงๆ มันจำเป็นครับ ขอบคุณครับ

March 1, 2008

ปริญญา said:

พี่ครับ ผมเองมีข้อสงสัยกับ cj มากเลยครับ คือผมทำโฆษณาให้กับสินค้าตัวนึง พอประมาณวันที่ 6 ของเดือนกพ. ผมก็โดนบอกให้เลิกทำ และหลังจากได้รับอีเมล์นั้นราวๆ 4 ชั่วโมง ผมก็โดนยึดเงินหมดเลย ผมจึงขาดทุนและเจ็บใจมาก ที่ผมสงสัยก็คือ แอคเคาท์ cj ของเพื่อนผมก็ทำเหมือนผม ทำไมไม่โดนยึดบ้างครับ มันเกี่ยวกับอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ

March 1, 2008

Aun said:

สุดยอดครับฟังแล้วได้ประโยชน์มาก

March 1, 2008

Wiroj said:

ตอนแรกนึกว่าไม่มีอะไร แต่ดูจบแล้ว ขอชมว่าดีมากๆเรื่องนี้

March 1, 2008

Trawut said:

สำหรับเรื่องการสมัครเว็บไซต์ใน CJ นั้น ถ้าหากว่าเราสมัคร account โดยมีที่อยู่ในประเทศไทยนั้น จะทำให้บางเว็บไซต์ไม่อนุมัติให้เราครับ เพราะบางเว็บไซต์ต้องการรับเฉพาะผู้สมัคร
ที่อยู่ใน USA เท่านั้นครับ

ส่วนเรื่องการโฆษณาแล้วโดนแบนนั้น ต้องไปดูว่าเราทำผิดกฏอะไรหรือเปล่าครับ เพราะถ้าหากเราไม่ได้ทำอะไรผิด ทาง CJ ไม่น่าจะยึดเงินคืนครับ

ส่วนเพื่อนที่ทำเหมือนกันแล้วไม่โดนยึดเงินนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าทาง CJ อาจจะยังไม่ทราบก็ได้ครับ

และขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามารับชมวีดีโอนี้ และร่วมกันแสดงความคิดเห็นนะครับ ^_^

March 1, 2008

Mas Chiewtamai said:

ขอบคุณพี่ตราวุธมากค่ะที่มาบรรยายให้หนูฟังหวังว่าคงทำให้หนูได้รับประโยชน์ไม่มากก้อน้อยค่ะ แต่หนูชอบฟังบรรยายของพี่มากเลย

March 1, 2008

Free said:

thank you!

March 1, 2008

start up said:

จริงๆ เลยครับ ว่าพอทำอะไรที่ไม่ได้ทำแล้ว จะทำให้สัญชาติญาน การเอาตัวรอด มันดีึขึ้น เพราะว่า สองวันก่อนผมไปเที่ยว พัทยามาครับ ซึ่งไม่เคยไปเองเลย เส้นทางอะไรก็ไม่รู้เลย เช่ามอไซด์ ขับลงจากเขา แล้วก็ต้องจำเส้นทางตลอด
จาก ใต้ ขึ้น เหนือ เลี้ยวโน่นนี้ ไปทั่ว แล้วก็ ตลอดทางต้องจำ ทาง ตลอด
ไม่งั้น กลับโรงแรม ที่นอนไม่ได้ ^^ ก็เลยต้อง จำแบบ ขับผ่านทีเดียวแล้วต้อง จำให้ ได้ แล้วก็ ขับๆไปจำไป มันก็ สัญชาติณาน มั่งครับ มันช่วย ผมก็ แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า จำได้ไง เพราะว่า ปกติ ความจำแย่ มากๆ มันช่วย จริงๆ ครับ ^^

ป.ล. ขอบคุณ ข้อคิดและเทคนิคดีๆ ที่นำมาให้ เสมอ คร๊าบบ

March 2, 2008

Art said:

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆที่คุณตราวุทธิ์นำมาฝากกันเสมอนะครับ ผมได้ข้อคิดดีๆนอกเหนือจากการทำธุรกิจอีกเยอะมาก ซึ่งผมเองคิดว่า แง่คิดดีๆเหล่านี้มีความสำคัญและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลดีกับชีวิตผมได้ในหลายเรื่อง

ขอให้คุณตราวุทธิ์มาคอยแบ่งปันเรื่องราวดีๆอย่างนี้ตลอดไปนะครับ

March 2, 2008

วินทัต said:

ดีครับ ผมชอบความคิดของคุณที่เน้นถึงการแบ่งปัน กันไม่หวงความรู้
ขอให้รักษาความคิดนี้ไว้นาน ๆตลอดไปนะครับ
มีโครงการอะไรดี ๆ อยากให้ร่วมมือก็บอกกันนะครับ
ยินดีช่วยเหลือและสนับสนุน

March 2, 2008

Preechawit said:

ขอบคุณครับ คุณตราวุทธิ์ มีสิ่งดี ๆ มาแนะนำกันไม่ขาด โอกาสเช่นนี้ (29 กพ.) 4 ปี มีครั้ง ใครเกิดวันนี้ถือว่าเป็นคนพิเศษจริง ๆ และ Tip วันนี้ก็ถือว่าช่วยกระตุ้นอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ

March 2, 2008

Anit said:

ผมจะคอยติดตามท่านอยู่เรื่อย ๆ ได้อะไรดีมาก ๆ คอยเป็นกำลังใจให้นะครับ

ขอขอบคุณนะครับ

March 2, 2008

Gun said:

สวัสดีคราวหน้า อย่าลืมไหว้ด้วยนะครับ

ดูไทยๆดีครับ ดูกันเองด้วยครับ

ขอบคุณครับ

March 2, 2008

joyc.. said:

ขอให้พี่ตราวุทธิ์ปลูกฝังคุณธรรมการใช้อินเตอร์เน็ตให้กับนักเรียนของพี่ด้วยนะ

หากใครกำลังคิดว่าการด่าบนอินเตอร์เน็ตนี่ดี เพราะไม่ต้องแสดงตัวตนที่แท้จริง จะเขียนอะไรก็ได้ เพราะอ่านแล้วไม่มีใครทำอะไรตัวคุณได้ คุณกำลังคิดผิด ยิ่งพวกที่ปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ ทำความเดือดร้อนให้แก่คนหมู่มาก จะบาปมากแค่ไหน

ขอยืมบทความคุณดังตฤณมากกล่าว ณ ที่นี้
ถาม – การเขียนข้อความหรือนำเสนอเนื้อหาอะไรผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝง ถือเป็นกรรมหรือไม่? เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อเรา ไม่มีใครเห็นหน้าเรา ไม่มีใครได้ยินเสียงเรา เหมือนเราไม่มีตัวตน

ผมเห็นว่าคำถามนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องกรรมได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ยังนึกว่าการก่อกรรมเป็นเรื่องที่ต้องโชว์ตัว โชว์เสียง หรืออย่างน้อยก็ต้องมีชื่อแซ่ของเจ้าตัวปรากฏเป็นที่รับรู้เสียก่อน ความเข้าใจดังกล่าวนั้นคลาดเคลื่อนนะครับ
กรรมนั้นคือเจตนา ต่อให้คุณนอนคิดร้ายอยู่บนยอดเขา ไม่มีใครเห็น คุณก็ทราบชัดอยู่แก่ใจ และสามารถสำเหนียกรู้สึกได้ว่าใจคุณดำมืดเพราะโดนเมฆหมอกอกุศลทาบทับแล้ว

สำหรับกรรมที่ทำอยู่ในใจจริงๆ มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจคุณเองคนเดียวนั้น เรียกว่า ‘มโนกรรม’ สำหรับมโนกรรมนั้นจะสำเร็จสมบูรณ์เต็มขั้นในทันทีที่ตั้งใจคิดและมีความยินดีกับความคิดนั้น
หากจะพูดว่ามโนกรรมคือกรรมที่ก่อแล้วยังไม่ทันส่งผลกระทบดีร้ายกับผู้อื่นก็คงได้ ตัวอย่างเช่นคุณคิดจะด่าเขา แต่ระงับใจไม่ด่า อย่างนั้นก็เป็นเพียงมโนกรรมอันเป็นอกุศล
มีผลให้จิตคุณทุกข์ร้อนอยู่คนเดียว ยังไม่เป็นวจีกรรม ยังไม่มีเสียงกระทบหูใครให้ใจเป็นทุกข์ขึ้นมา

แต่หากคลื่นความคิดแรงจนทะลักรั้วกั้น หลุดจากสมองไปกระทบผู้อื่น ไม่ว่าจะทางภาษาพูดหรือภาษาเขียน ทำให้เขาเกิดความเข้าใจว่าคุณคิดอย่างไร ตรงนั้นจัดว่าเป็นวจีกรรมได้หมด พูดง่ายๆว่า ‘ภาษา’ นั่นเองคือเครื่องมือก่อวจีกรรมของมนุษย์

ฉะนั้นคุณจะแอบเขียนอะไรทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้นามแฝงเฉพาะกิจ ไม่มีใครอื่นรู้เห็น ไม่มีใครรู้จักเลย แม้เพียงครั้งเดียวก็นับว่าสร้างวจีกรรมไปแล้วหนึ่งครั้ง
และกรรมก็จะติดตามคุณเป็นเงาตามตัว ไม่ผิดต่างไปจากกรรมอื่นๆที่กระทำโดยเปิดเผยหน้าตาตัวตน เจตนาเกิดขึ้นที่จิตของคุณ กรรมก็เกิดที่จิตของคุณเช่นกัน
เพราะกรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าบุคคลคิดแล้วจึงก่อกรรมทางกาย วาจา ใจ

อินเตอร์เน็ตเปิดโอกาสให้เราเห็นอะไรหลากหลายจริงๆ แม้แต่การทำงานของกรรม อย่างเช่นที่ผมรู้จักหลายๆคน เห็นกรรมทางวาจาของเขาในเบื้องต้น แล้วได้เห็นพัฒนาการหรือความเสื่อมทรามทางจิตใจในเวลาต่อมา เป็นไปตามวิธีคิดเขียนให้ดีให้ร้ายแก่ผู้อื่น
ผู้ก่อความวุ่นวาย นานไปย่อมมีจิตใจที่วุ่นวาย ปั่นป่วนเหมือนพายุ และแสดงแนวโน้มที่จะฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปในเรื่องเหลวไหล พูดจาจับต้นชนปลายไม่ติดมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ก่อกระแสความเยือกเย็น นานไปย่อมมีจิตใจเยือกเย็น สงบราบคาบผาสุก และแสดงแนวโน้มที่จะแน่วนิ่งหนักแน่นในเรื่องเป็นเหตุเป็นผล พูดจามีต้นมีปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

บอกได้เลยครับว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น อาจจะให้ผลเร็วและแรงเสียยิ่งกว่าวจีกรรมที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเสียอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร?
เพราะบนอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้รับคำพูดของคุณจำนวนมาก ขอให้ลองนึกดู หากคุณพูดเบาๆว่า ‘ไอ้โง่’ ก็อาจมีคุณคนเดียวในโลกที่ได้ยินเสียงอกุศลของตัวเอง
แต่ถ้าคุณพิมพ์คำว่า ‘ไอ้โง่’ ลงในกระทู้ของเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคับคั่ง คุณไม่มีทางปรับให้ดังหรือเบาได้ตามใจชอบได้เลย
คุณทำอกุศลกรรมกับคนแบบไม่เลือกหน้าเข้าแล้ว คำด่านั้นอาจทำให้คนนับพันนับหมื่นเกิดความแสลงใจ ความแสลงใจของคนนับไม่ถ้วนนั่นแหละ จะย้อนกลับมาก่อเหตุให้คุณแสลงใจยิ่งกว่าพวกเขาได้

ผมเห็นแล้วนึกเสียดายครับ หลายคนยังเป็นเด็ก และมีความสนุกที่จะขีดเขียนข้อความฝากไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วยความคึกคะนอง บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าเอาอนาคตมาทิ้งเสียด้วยการสนทนาแบบไร้หน้าไร้เสียงนี่เอง
โอกาสก่อกรรมในยุคไอทีของพวกเรานี้ มีได้เป็นร้อยเป็นพันเท่ามากกว่ายุคอื่นครับ กระดิกนิ้วง่ายๆไม่กี่ที ผลอาจใหญ่หลวงยิ่งกว่าพยายามพูดในห้องประชุมใหญ่หลายๆอาทิตย์เสียอีก หากจิตตั้งไว้ดีแล้วก็สบายตัวไป แต่หากจิตยังตั้งไว้ในมุมมืด อย่างนั้นก็คงน่าเป็นห่วงหน่อยล่ะ
http://dungtrin.com/prepare/book02.html

March 4, 2008

phat said:

ดีมาก ๆเลยค่ะ

March 5, 2008

chuchart jankaew said:

เยี่ยมเลยครับ…ได้ข้อคิดใหม่ๆ…จะติดตามต่อไป

March 7, 2008

thavee said:

ขอบคุณมากครับที่ให้ความคิดดีดี ทำให้สามารถนำกลับมาคิดดีทำสมองให้มีประโยชน์มากขึ้นครับ

March 9, 2008

wijit said:

ทำบ่อยครับ พึ่งรู้ว่ามันมีผลดีต่อสมองในหลายด้าน.

Leave a comment




Rodney's 404 Handler Plugin plugged in.