March 16, 2007

The Persuit of Happyness

สวัสดีครับเพื่อนๆ

ไม่ทราบว่า สุดสัปดาห์นี้เพื่อนๆได้วางแผนทำอะไรหรือยังครับ ถ้าหากว่ายัง และกำลัง
ต้องการออกไปพักผ่อนข้างนอกบ้าน ผมก็ขอแนะนำให้เพื่อนๆไปดูหนังเรื่องหนึ่งครับ
ที่ผมได้ไปดูมาแล้ว และคิดว่าเป็นหนังที่ดีมาก เหมาะสำหรับใครก็ตาม ที่ต้องการแสวง
หาความสุข และความสำเร็จมากกว่าที่ได้รับอยู่ในตอนนี้ครับ

หนังเรื่องนี้ก็คือ "The Persuit of Happyness" ครับ

โดยหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาจากชีวิตจริงของนายคริสต์ การ์ดเนอร์ ผู้ซึ่งชีวิตนี้แทบจะหา
เรื่องดีไม่ได้เลยสักนิดเดียว

ชีวิตครอบครัวของคริสต์นั้นไม่มีความสุขเอาซะเลย เพราะว่าไม่ค่อยมีเงินสักเท่าไหร่
ทำให้สุดท้ายภรรยาก็แยกทางไป และคริสต์ก็ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกชายของตนเอง
อยู่คนเดียว

ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ชีวิตของคริสต์ตกต่ำมากที่สุดแล้ว เพราะว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่พัก
ต้องไปอาศัยหลับนอนตามสถานสงเคราะห์ หรือแม้กระทั่ง ต้องเข้าไปนอนในห้องน้ำ
สาธารณะ คริสต์กับลูกชายก็เคยมาแล้ว

แม้กระทั่งคืนก่อนวันที่จะต้องไปสัมภาษณ์งานใหม่ ก็ต้องติดอยู่ในคุก ทำให้ตอนไป
สัมภาษณ์งานครั้งสำคัญนั้น คริสต์ต้องไปทั้งๆที่เนื้อตัวมอมแมม ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์
ในขณะที่คู่แข่งทุกคนใส่เสื้อสูทกันทั้งนั้น

คริสต์ได้รับโอกาสให้ฝึกงานที่บริษัทเงินทุนแห่งหนึ่ง ซึ่งคริสต์ต้องทำงานให้บริษัทฟรีๆ
และต้องผ่านการทดสอบแข่งกับคู่แข่งอีกหลายต่อหลายคน เพื่อให้ได้รับบรรจุเข้าทำงาน
แต่คริสต์จะไปสู้คนอื่นๆได้อย่างไร ในเมื่อเวลาที่ทุกคนตั้งใจทำงานและศึกษาข้อสอบ
คริสต์ก็ต้องออกไปเร่ขายของเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก

สุดท้ายคริสต์จะสามารถผ่านช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตนี้ไปได้อย่างไร?

ผมเฝ้ารอดูหนังเรื่องนี้มานานมาก ตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าจะเข้ามาประเทศไทย เพราะผมได้
มีโอกาสซื้อหนังสือ "The Persuit of Happyness" ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีมากใน
ปี 2006 มาอ่าน

และเหตุผลหนึ่งที่หนังสือเล่มนี้ขายดีในปี 2006 ก็เพราะว่า นั่นเป็นปีที่คริสต์ คนที่เคย
ต้องไปนอนในห้องน้ำสาธารณะนั้น ได้ขายบริษัทของตนเองออกไป และได้รับเงิน
จำนวนทั้งสิ้น $186,000,000 นั่นเองครับ

หนังเรื่องนี้ก็เป็นการย้ำในสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอดว่า "อะไรที่เราคิดและฝันไว้ ย่อมกลาย
มาเป็นความจริงได้เสมอ ตราบเท่าที่เรายังเชื่อมั่นและพยายามสู้เพื่อสิ่งนั้นต่อไป"

คำพูดหนึ่งที่คริสต์สอนลูกชายก็คือ "อย่ายอมให้ใครมาบอกว่าลูกทำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่ง
ตัวพ่อเอง เพราะทุกคนไม่ใช่ตัวลูก และลูกทำได้ทุกอย่างที่ลูกคิด"

ผมได้รับข้อคิดดีๆจากหนังและหนังสือเรื่องนี้เยอะมากๆ ก็เลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆไป
ดูกันครับ เรียกได้ว่า เป็นการใช้เวลาพักผ่อน ให้เป็นประโยชน์ไปในตัวครับ

หากเพื่อนๆมีโอกาสได้ไปดู "The Persuit of Happyness" แล้วได้รับข้อคิดอะไรจาก
หนังเรื่องนี้บ้าง ก็เขียนแชร์ความคิดเห็นบน blog นี้ได้นะครับ

 

ตราวุทธิ์

ป.ล. หนังใกล้จะออกจากโรงแล้วครับ ดังนั้นถ้าหากสนใจดู ก็รีบหน่อยนะครับ ^_^

 

Filed under Uncategorized by

Spread the Word!

Permalink Print Comment

Comments on The Persuit of Happyness »

March 16, 2007

attribute @ 6:23 pm

ขอบคุณมากๆครับ คุณตราวุทธิ์ จริงๆแล้วผมก็มีความตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้อยู่แล้วมาก และก็อยากจะดูมากด้วย ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีๆครับ กำลังจะหาเวลาไปดู

art @ 6:28 pm

ไปดูมาแล้ว ชอบประโยคที่คริสบอกกับลูกชายมาก ตามที่คุณตราวุทธิ์เขียนไว้แหละครับ

"อย่ายอมให้ใครมาบอกว่าลูกทำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่ง
ตัวพ่อเอง เพราะทุกคนไม่ใช่ตัวลูก และลูกทำได้ทุกอย่างที่ลูกคิด"

รู้สึกเหมือนจะมีอีกหน่อย ประมาณว่า "การที่ใครมาบอกว่าลูกทำอย่างนั้นไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเขาทำไม่ได้ เขาจึงเฝ้าบอกผู้อื่นว่ามันทำไม่ได้"

กริจ @ 7:14 pm

น่าดูมากๆ แค่อ่านเนื้อเรื่องก็สุดยอดแล้วคับ ชอบคำพูดที่คุณคริสต์สอนลูกชายว่า "อย่ายอมให้ใครมาบอกว่าลูกทำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งตัวพ่อเอง เพราะทุกคนไม่ใช่ตัวลูก และลูกทำได้ทุกอย่างที่ลูกคิด" ยังไงถ้าผมเคลียร์งานเสร็จคงไปดูแน่นอนคับ
ขอบคุณ อ.ตราวุฒิที่นำหนังดีมาฝากคับ^^

Rungroj @ 7:21 pm

สวัสดีครับคุณตราวุธ

ผมได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องนี้เช่นกันครับ เฝ้ารอมานานเหมือนกัน แต่เสียดายที่กระแสหนังเรื่องนี้ ถูกกระแสหนังไทยอย่าง สมเด็จพระนเรศวร เบียดเอาเกือบหาโรงดูไม่ได้เหมือนกันครับ แต่เมื่อได้ดูแล้วรู้สึกอึ้งในโชคชะตาของคนๆหนึี่่่งเหมือนกันว่า ในชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ หากไม่ยอมแพ้ซะก่อน ดูแล้วก็อดซึ้งอดสะเทือนใจด้วยไม่ได้ครับ

หนังเรื่องนี้ดีมากๆ เลย เมื่อดูแล้วยังได้ไปโพสต์ชวนเพื่อนๆ ในเว็บ thaiseoboard ไปดูด้วยเลย เพราะอยากให้ไปดูกันเยอะๆ หนังดีมากๆ ครับ

อย่างที่ในหนังพูดไว้ "ไม่มีใครทำอะไรเราได้ และอย่าให้ใครมาบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้ "

สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ

Anonymous @ 9:13 pm

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์

yuttorich @ 11:56 pm

ผชอบดูหนังที่ให้แนวคิดดีๆครับ เราจะได้เอามาใช้ในชีวิตจริงได้ ถมได้พลังจากการดูหนังซะด้วยนะครับ

March 17, 2007

ตอง @ 1:47 am

็น่าดูน่ะครับ แต่ว่าตอนนี้ผมค่อนข้างใกล้เคียงกับคริสต์ การ์ดเนอร์อยู่แล้ว แค่แฟนยังไม่ถึงเท่านั้นเอง 555+

สรรเพชญ @ 2:15 am

ผมได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วครับ
ชอบมากๆ เพราะทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับชีวิตมาก
ตอนนี้กำลังคิดเรื่องทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ แต่ยังไม่กล้าลงมือทำ ได้กำลังใจเยอะ จากเรื่องนี้ครับ

ไปดูกันให้ได้นะครับ ดีมากๆ

sense @ 11:44 am

ขอบคุณ คุณตราวุทธิ์ที่แนะนำให้ไปดูหนังเรื่องนี้ เนื้อหาดีจริงได้ข้อคิดกลับมามากมายเลยครับ

อลงกรณ์ @ 4:20 pm

หนังดีมากครับ ขอบคุณครับ

March 18, 2007

Trawut @ 1:02 am

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

ดีใจมากเลยครับ ที่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันกับผมว่า หนังเรื่องนี้ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตมากมาย ที่จริงแล้วยังมีตัวอย่างอีกมากมายของคนที่สร้างตัวขึ้นมาได้จากความยากลำบาก

อาจจะเหมือนที่คนเคยบอกกันก็ได้ครับว่า ฟ้าหลังฝน มักจะสวยงามเสมอ

เพียงแค่ ใครจะอดทนรอให้ฝนหยุด และชมฟ้าที่แสนสวยงามได้เท่านั้นเอง

แล้วก็ขอบคุณคุณ art นะครับ ที่มาช่วยเติมประโยคให้เต็ม "การที่ใครมาบอกว่าลูกทำอย่างนั้นไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเขาทำไม่ได้ เขาจึงเฝ้าบอกผู้อื่นว่ามันทำไม่ได้"

ซึ่งประโยคนี้ ก็เป็นสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอดเช่นกันว่า ชีวิตของเรา เราต้องเป็นคนกำหนดเอง ถ้าจะมีใครมาบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่าเค้าไม่เคยทำมันหรือไม่รู้วิธีทำมันต่างหาก ^_^

เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอนะครับ สู้ๆครับ

March 20, 2007

sopee wongkham @ 10:04 am

เรียนคุณตราวุธ
ดิฉันเป็นแม่ของคุณภูริชญ์ เขาได้เล่าเรื่องของคุณให้ฟังบ่อยมาก ขณะนี้ลูกได้ทำธุรกิจ
แบบคุณแล้ว มีทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย ตัวแม่เองพอจะเข้าใจธุรกิจนี้บ้างนิดหน่อย แต่ก็เป็นห่วง
เพราะกลัวจะผิดพลาด เขาจะขออนุญาตทุกครั้งที่ทำอะไร แม่ก็อนุญาตโดยคิดว่า ต้องให้ลองแล้วจะรู้ว่าได้หรือไม่ได้ หากมีอะไรที่แนะนำได้ ขอความกรุณาช่วยแนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
โสภี

คนเพิ่งตกงาน @ 9:06 pm

ผมยังไม่ได้ดู ครับ กำลังหาโอกาสไปดูครับ แต่ถ้าไม่ทัน ก็คงต้องหาซื้อ DVD มาดูละมั้ง ข้อดีคือดูได้หลายๆ รอบ จะได้มีกำลังใจ ตลอดเวลา เอาใจช่วยทุกคนนะครับ

March 21, 2007

Trawut @ 10:23 pm

คุณโสภี

ขอบคุณมากครับ ที่เข้าใจคุณภูริชญ์ และให้โอกาสลูกในการเรียนรู้การทำธุรกิจในชีวิตจริงครับ ถ้าหากคุณภูริชญ์มีปัญหา ต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ก็บอกผมมาได้ตลอดเวลาครับ ยินดีให้คำแนะนำครับ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมว่าคุณโสภีก็น่าจะภูมิใจในตัวคุณภูริชญ์มากๆนะครับ ที่ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปอีกขั้นแล้วครับ และหวังว่าคุณภูริชญ์จะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการทำธุรกิจ GoogleRich นะครับ

March 28, 2007

กนกวรรณ ปทุมรัตน์ @ 9:09 pm

เป็นหนังที่ดีมากๆค่ะสนับสนุนความคิดคุณ Trawutค่ะ

April 2, 2007

นพดล @ 6:28 pm

ดีมากเลยครับ ดูแล้วมีความคิดดีๆ เพิ่มขึ้นอึกเยอะ

April 3, 2007

Trawut @ 3:59 pm

ขอบคุณคุณ กนกวรรณ และคุณนพดล มากครับ สำหรับความคิดเห็น ถ้ายังไงมีข้อคิดอะไรดีๆ ก็นำมาแบ่งปันกันได้นะครับ ^_^

May 23, 2007

ดิษฐ์ @ 5:05 am

สิ่งที่..คุณตราวุทธิ์..ได้ให้กับเพื่อนๆที่ทำ affiliate ด้วยกันเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากครับ…คุณสามารถเลือกที่ไม่แบ่งปันคนอื่นก็ได้..แต่คุณกลับเสียสละเวลา คอยสร้าง บทความดีๆที่คอยหนุนใจ…ทุกๆคน..ผมเชื่อว่าทุกคนที่มีโอกาสๆได้เข้ามา web site นี้ จะได้กำลังใจในการเผชิญกับปัญหารอบตัว…ได้แน่นอน…
ขอเป็นกำลังใจให้คุณตราวุทธ์ สรรค์สร้างสิ่งดี…ให้กับทุกคนอีกนะครับ
"..การให้ เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ.."

บัณฑิต ปุญญปิติ @ 1:30 pm

คุณตราวุทธิ์ ครับ ขอคุณตราวุทธิ์ แทนเพื่อนๆชาว Aff. ทุกคนเลยครับ นี้คืองานสร้างสรรและสร้างคน ให้รู้จักแก้ปัญหาด้วยความคิดและมีสติปัญญาของตนเอง และเป็นตัวของตัวหรืออีกอย่างสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเอง นั้นเอง (ความจริงแล้วผมอยู่วงการตลาดขายมานานแล้ว ขณะนี้กลับมาทำตลาดทาง Intetnetแล้วครับ ) มีแนวคิดอบรมเพื่อนๆร่วมงานคล้ายๆคนตราวุทธ์แนะอยู่ทุกวันนี้ครับ สังเกตุดูว่า คนมีความมุ่งเชื่อมันเขาจะมีมานะรู้ถามปรึกษาและระวังฝึกความรอบคอบไวดีมาก คนส่วนนี้นะครับเขามีอนาคตไปในทางสร้างธุรกิจส่วนตัวมากกว่าเป็นลูกจ้างเขา ให้เงินเดือนเท่าไรมักจะไม่รับ กำหนดเองดีกว่า ทำนองนั้น
คุณตราวุทธิครับ ผมขอรบกวนอีครั้ง ช่วยถายทอกการนำเอา aStore ใน Amazon มาทำการโฆษณา ทำคล้ายแนะนำ Text Link เพื่อนๆไม่เข้าใจหรือใช้คอมพิวเตอรืยังไม่คล่องก็จะทำตามขั้นตอนได้ครับ เพราะสามารถทำได้เยอะมาก เออ ! บอกข้อดีข้อเสียด้วยนะครับ
ขอขอบพระคุณ คุณตราวุทธ์อีกครั้งหวังว่า พวกผมจะได้ข้อแนะนำดีจากผู้ที่มีประสบการณ์
อีก เพื่อทำธุรกิจนี้ได้ยาวนานนะครับ
จาก บัณฑิต ปุญญปิติ

June 9, 2008

คนล่าฝัน @ 12:40 am

ผมดูหนังเรื่องนี้เเล้วชอบมากครับ

มันใช้ได้จริงในชีวิตของผมเลย

เพราะงานที่ผมทำนั้นมันไม่มีเจ้านาย ไม่มีใครคอยสั่งเราร

เป็นงานที่ต้องใช้ความฝันทำงาน ให้ความฝันเป็นเจ้านายเรา

เรื่องนี้บอกเลยว่า สุดยอดมากครับ

คนล่าฝัน @ 12:49 am

ทุกคนครับ ผมมีความหวังดีอยากจะบอกให้ทุกท่านรู้นะครับ

ว่า ในช่วงนี้นะครับ ใครกำลังที่คิดจะทำธุรกิจ หางานใหม่ หาอาชีพเสริมอยู่นั้น

ผมเเนะนำให้ทุกคนเข้าเว็บ youtube แล้วหาคำว่า
The next Trillion Dollar Industry (English)

ซึ้งทำขึ้นโดยกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก พอล เซนต์ พิวเซอร์

ซึ่งทุกท่านจะรู้เองว่าควรจะทำอะไรต่อไป

หรือถามผมได้ที่ nayjairay.hi5.com

Leave a Comment